Disclaimer: ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลทั่วไป ไม่สามารถทดแทนการให้คำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ยาทุกครั้ง
Key Takeaways
- กระดูกพรุน คือ ภาวะที่มวลกระดูกและความหนาแน่นของกระดูกลดลง ทำให้โครงสร้างกระดูกเปราะและบางลงกว่าปกติ ส่งผลให้เสี่ยงต่อการแตกหรือหักได้ง่าย
- อาการที่พบได้ เช่น ปวดหลังเรื้อรัง หลังค่อมหรือก้มตัวผิดรูป ความสูงลดลงอย่างรวดเร็ว กระดูกหักง่าย
- ป้องกันโรคกระดูกพรุนด้วยแพ็กเกจตรวจคัดกรองราคาพิเศษจากโรงพยาบาลในเครือ BDMS ที่ Health Plaza
กระดูกพรุนคืออะไร อันตรายอย่างไรบ้าง?
กระดูกพรุน (Osteoporosis) คือ ภาวะที่มวลกระดูกและความหนาแน่นของกระดูกลดลง ทำให้โครงสร้างกระดูกเปราะและบางลงกว่าปกติ ส่งผลให้เสี่ยงต่อการแตกหรือหักได้ง่าย แม้เกิดแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย เช่น หกล้ม หรือแม้กระทั่งไอแรงๆ ในบางกรณี อันตรายของกระดูกพรุนคือทำให้กระดูกหักง่าย, อาจทำให้พิการถาวร, กระดูกสันหลังยุบหรือโค้งงอ, หลังค่อม หรือเกิดอาการปวดเรื้อรัง
อาการของโรคกระดูกพรุนเป็นอย่างไร?

โรคนี้มักจะไม่มีอาการในระยะแรก เหมือนเป็นโรคเงียบที่ค่อย ๆ ทำลายคุณภาพชีวิตลงเรื่อย ๆ แต่หากปล่อยไว้ไม่ดูแล อาการต่าง ๆ จะเริ่มแสดงออกและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก กระดูกพรุน อาการที่ควรสังเกต เช่น
- ปวดหลังเรื้อรัง โดยเฉพาะบริเวณกระดูกสันหลัง เนื่องจากกระดูกสันหลังอาจยุบตัวหรือแตก
- หลังค่อมหรือก้มตัวผิดรูป เกิดจากกระดูกสันหลังเสียรูปทรง
- ความสูงลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากกระดูกสันหลังยุบ
- กระดูกหักง่าย แม้ได้รับแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย เช่น หกล้มเบา ๆ หรือไอแรง
- เจ็บปวดบริเวณกระดูกที่หัก โดยเฉพาะสะโพก ข้อมือ หรือกระดูกสันหลัง
สาเหตุของโรคกระดูกพรุนเกิดจากอะไรบ้าง?
สาเหตุของการเกิดโรคกระดูกพรุนนั้นเกิดได้จากหลายปัจจัยด้วยกัน ทั้งปัจจัยทางด้านร่างกาย โรคประจำตัว การใช้ยาบางชนิด หรือพฤติกรรมต่าง ๆ โดยสรุปแล้วกระดูกพรุน เกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
- วัยสูงอายุ เมื่ออายุมากขึ้นมวลกระดูกจะลดลงตามธรรมชาติ
- ฮอร์โมนเพศหญิงลดลง โดยเฉพาะหลังหมดประจำเดือน ทำให้กระดูกบางลงเร็วขึ้น
- ขาดแคลเซียมและวิตามินดี ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างและบำรุงกระดูก
- การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาสเตียรอยด์ที่ส่งผลกระทบต่อความหนาแน่นของกระดูก
- ขาดการออกกำลังกาย โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่ใช้แรงกระแทกกับกระดูก
- โรคบางชนิด เช่น โรคไทรอยด์ หรือโรคที่ส่งผลต่อการดูดซึมสารอาหาร
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
ช้อปแพ็กเกจตรวจภาวะกระดูกพรุน ราคาพิเศษจากโรงพยาบาลในเครือ BDMS พร้อมส่วนลด On Top ได้ที่นี่
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดกระดูกพรุนมีอะไรบ้าง?
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนมีหลายประการที่ส่งผลต่อความหนาแน่นและความแข็งแรงของกระดูก ได้แก่
- อายุ เมื่ออายุมากขึ้น มวลกระดูกจะลดลงตามธรรมชาติ เสี่ยงต่อการเกิดกระดูกพรุน
- เพศหญิง พบว่าผู้หญิงโดยเฉพาะหลังหมดประจำเดือนจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกพรุน เนื่องจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง
- ประวัติครอบครัว มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุนหรือกระดูกหักง่าย
- ขาดสารอาหารที่สำคัญ โดยเฉพาะแคลเซียมและวิตามินดี ที่จำเป็นสำหรับการสร้างและบำรุงกระดูก
- การใช้ยาบางชนิดระยะยาว เช่น ยาสเตอรอยด์ ที่ส่งผลเสียต่อมวลกระดูก
- โรคเรื้อรัง เช่น โรคไทรอยด์ โรคลำไส้ดูดซึมอาหารผิดปกติ
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป หรือขาดการออกกำลังกาย
- น้ำหนักตัวต่ำเกินไป ทำให้กระดูกไม่ได้รับแรงกดที่ช่วยกระตุ้นการสร้างกระดูก
- ประจำเดือนขาดหรือผิดปกติ ส่งผลต่อฮอร์โมนที่ช่วยดูแลกระดูก
- ขาดการออกกำลังกายที่ช่วยเสริมสร้างกระดูก เช่น การเดิน วิ่ง หรือยกน้ำหนัก
วิธีการวินิจฉัยกระดูกพรุนทำอย่างไรบ้าง?
วิธีการวินิจฉัยนั้นมีหลายวิธีด้วยกันขึ้นอยู่สภาพอาการและร่างกายของผู้ป่วย แต่โดยทั่วไปแล้วแพทย์มักใช้วิธีการตรวจวินิจฉัยดังนี้
- การวัดความหนาแน่นของกระดูก (Bone Mineral Density – BMD) ด้วยเครื่อง DXA (Dual-energy X-ray Absorptiometry)
- การตรวจเลือดและปัสสาวะ เพื่อตรวจหาสาเหตุหรือภาวะแทรกซ้อน เช่น ความผิดปกติของฮอร์โมน ระดับแคลเซียม และวิตามินดี
- การเอกซเรย์ทั่วไป ใช้เพื่อตรวจหากระดูกหักหรือความผิดปกติของกระดูก แต่ไม่สามารถวัดความหนาแน่นกระดูกได้ละเอียดเท่าการวัด BMD
- การประเมินประวัติสุขภาพและอาการ แพทย์จะซักประวัติความเสี่ยง เช่น อายุ เพศ ประวัติครอบครัว และปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ
วิธีการรักษากระดูกพรุน มีแนวทางอย่างไร?
การรักษาโรคกระดูกพรุนมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความหนาแน่นของกระดูก ลดความเสี่ยงการหักกระดูก และป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ วิธีการรักษาและดูแลโดยหลักมีดังนี้
การใช้ยา
- การใช้ยาเพื่อชะลอการสลายตัวของกระดูก
- ฮอร์โมนทดแทน (Hormone Replacement Therapy – HRT) โดยเฉพาะในผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน
- แคลเซียมและวิตามินดี เพื่อช่วยบำรุงและสร้างกระดูก
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- หลายคนมักเกิดคำถามว่ากระดูกพรุน กินอะไรดีฟันผุ กระดูกพรุน ขาดวิตามินอะไร คำตอบคือควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีสูง เช่น นม ผลิตภัณฑ์จากนม ผักใบเขียว
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทก เช่น เดิน วิ่ง ยกน้ำหนัก
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
- ปรับสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย เพื่อลดความเสี่ยงในการหกล้ม
- ตรวจสุขภาพประจําปี
- ตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูกตามคำแนะนำแพทย์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกระดูกพรุน
1. อันตรายจากกระดูกพรุนมีอะไรบ้าง?
- กระดูกหักง่าย โดยเฉพาะบริเวณสะโพก ข้อมือ และกระดูกสันหลัง
- กระดูกสันหลังยุบหรือโค้งงอ ทำให้หลังค่อม สูญเสียความสูง
- ปวดเรื้อรัง โดยเฉพาะบริเวณหลังหรือเอว
- ลดคุณภาพชีวิต เดินลำบาก สูญเสียความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน
- เสี่ยงเสียชีวิต โดยเฉพาะกรณีกระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุ ซึ่งอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ลิ่มเลือดอุดตัน ปอดบวม หรือติดเชื้อในกระแสเลือด
2. อาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากกระดูกพรุนมีอะไรบ้าง?
อาการแทรกซ้อนที่พบได้ เช่น กระดูกหักง่าย โดยเฉพาะกระดูกสะโพก ข้อมือ และกระดูกสันหลัง ซึ่งเกิดขึ้นแม้จากแรงกระแทกเล็กน้อย เช่น หกล้มเบา ๆ หรือไอแรง ๆ กระดูกสันหลังยุบตัวหรือหัก ทำให้หลังค่อม มีอาการปวดเรื้อรังโดยเฉพาะบริเวณหลังหรือเอวจากกระดูกสันหลังยุบตัวหรือแตก เกิดภาวะติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อนหลังการหักกระดูก เช่น การติดเชื้อที่แผลผ่าตัด หรือลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตในผู้สูงอายุ
กระดูกพรุนต้องรีบตรวจและป้องกันก่อนเสียหายร้ายแรง
กระดูกพรุนเป็นอีกหนึ่งภัยเงียบที่ค่อย ๆ ดำเนินไปเรื่อย ๆ แต่กว่าผู้ป่วยจะรู้ตัวก็อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บรุนแรง การตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูกเป็นขั้นตอนสำคัญในการวินิจฉัยโรคกระดูกพรุนตั้งแต่ระยะแรก การตรวจพบโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างเหมาะสม ลดโอกาสเกิดกระดูกหัก และช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วย
ช้อปแพ็กเกจสุขภาพได้เลยที่ Health Plaza รวมแพ็กเกจตรวจสุขภาพมาตรฐาน BDMS สะดวก ใช้งานง่าย พร้อมส่วนลด On Top
สอบถามเพิ่มเติม Line Official : @healthplaza
Content powered by BeDee Expert
เรียบเรียงโดย
กรวรรณ ใจซื่อกุล
References
Osteoporosis. (n.d.). National Institute of Arthritis and Musculoskeletal and Skin Diseases. https://www.niams.nih.gov/health-topics/osteoporosis
What is osteoporosis?. (n.d.). International Osteoporosis Foundation. https://www.osteoporosis.foundation/patients/about-osteoporosis