ไซนัสอักเสบ สังเกตอาการเสี่ยงพร้อมวิธีป้องกันและรักษาก่อนเรื้อรัง
ไซนัสอักเสบเป็นอาการอักเสบจากการติดเชื้อบริเวณโพรงไซนัส ทำให้ภายในโพรงไซนัสมีของเหลวคั่ง เกิดได้หลายสาเหตุแต่พบได้บ่อยหลังเป็นไข้หวัด
Last updated: 6/8/2569

ไซนัสอักเสบ หนึ่งในโรคระบบทางเดินหายใจที่พบได้บ่อยและสามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย มีอาการคล้ายไข้หวัดและภูมิแพ้ทำให้หลายคนอาจเกิดความสับสนระหว่างไซนัสอักเสบ ไข้หวัดและภูมิแพ้ได้ เมื่อแยกอาการได้ยากหลายคนจึงคิดไปเองว่าคงไม่ได้เป็นไซนัสอักเสบและปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษาจนก่อให้เกิดไซนัสอักเสบเรื้อรังไปเสียแล้ว
หากเริ่มมีอาการคัดจมูก ลมหายใจมีกลิ่นร่วมกับอาการปวดบริเวณใบหน้ารอบจมูก เช่น โหนกแก้ม ระหว่างลูกตา หน้าผาก อาจสงสัยได้ว่ามีอาการไซนัสอักเสบ แนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางโรคหู คอ จมูกเพื่อรับการตรวจ วินิจฉัยและรักษาอย่างถูกวิธี
ไซนัสอักเสบคืออะไร
เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับไซนัสอักเสบมากขึ้น ควรทำความเข้าใจ “ไซนัส” ก่อน
ไซนัส (Paranasal Sinuses) คือ โพรงที่เต็มไปด้วยอากาศอยู่บริเวณใบหน้าและฐานกะโหลกศีรษะติดต่อกับจมูก ภายในไซนัสจะมีเยื่อบาง ๆ บุอยู่ภายในเช่นเดียวกับช่องปาก ไซนัสมีทั้งหมด 4 คู่และมีชื่อเรียกเฉพาะขึ้นอยู่กับตำแหน่งของไซนัส ได้แก่
• ไซนัสหน้าผาก (Frontal sinus) คือไซนัสที่อยู่บริเวณหน้าผาก มีลักษณะรูปร่างและขนาดที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล สามารถนำมาเป็นตัวแยกอัตลักษณ์เฉพาะบุคคลได้เหมือนกับลายนิ้วมือ
• ไซนัสข้างหัวตา (Ethmoid sinus) คือไซนัสที่อยู่ข้างหัวตา มีลักษณะเป็นโพรงอากาศเล็ก ๆ อยู่รวมกัน สามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือไซนัสหัวตาส่วนหน้าและไซนัสหัวตาส่วนหลัง
• ไซนัสโหนกแก้ม (Maxillary sinus) คือไซนัสที่อยู่บริเวณโหนกแก้ม มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาไซนัสทั้ง 4 ชนิด
• ไซนัสฐานสมอง (Sphenoid sinus) คือไซนัสที่อยู่ในกระดูกบริเวณฐานสมอง มีอวัยวะสำคัญหลายชนิดอยู่ใกล้เคียงกับไซนัสฐานสมอง อาทิ ต่อมใต้สมอง, เส้นเลือดแดงใหญ่, ก้านสมอง เป็นต้น
ไซนัสมีหน้าที่สำคัญอยู่หลายประการ ยกตัวอย่างเช่น
• ช่วยปรับสภาพอากาศที่หายใจเข้าไปให้เหมาะสมกับร่างกาย
• ช่วยในเรื่องการรับกลิ่น
• ช่วยให้การเปล่งเสียงมีความกังวานขึ้น
• ช่วยลดน้ำหนักของกะโหลกศีรษะ
• ทำหน้าที่เป็นฉนวนป้องกันไม่ให้กะโหลกศีรษะหรือลูกตาได้รับความเย็นหรือความร้อนมากเกินไปจากการหายใจในที่มีสภาวะอุณหภูมิที่รุนแรง
• ช่วยปรับความดันอากาศภายในโพรงจมูกให้เหมาะสม
• ช่วยลดความรุนแรงขณะเกิดอุบัติเหตุกระแทก ปกป้องอวัยวะสำคัญภายในกะโหลกศีรษะได้มากขึ้น
ภายในกายวิภาคของไซนัสจะมีเยื่อบุผิวหรือที่เรียกกว่าเยื่อบุไซนัสทำหน้าที่ในการสร้างสารคัดหลั่งเพื่อขับสิ่งสกปรกแปลกปลอม ลดโอกาสการติดเชื้อและเยื่อบุไซนัสนี้ยังสามารถสร้างก๊าซไนตริกออกไซด์ (Nitricoxide) ภายในโพรงจมูกมากกว่าสภาพแวดล้อมทั่วไป ซึ่งมีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ทำให้ภายในโพรงไซนัสมีลักษณะที่ปลอดเชื้อนั่นเอง
ถึงแม้ว่าร่างกายเราจะมีระบบป้องกันการติดเชื้อภายในโพรงไซนัสอย่างดีแล้วก็ตาม แต่เมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำลงก็มีโอกาสที่จะติดเชื้อได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเป็นไข้หวัดทำให้เกิดการบวมและการคั่งของสารคัดหลั่ง ก่อให้เกิดการอักเสบ อีกทั้งการบวมภายในโพรงจมูกยังทำให้รูระบายของไซนัสถูกปิดไป ไม่สามารถระบายสารคัดหลั่งออกมาได้จนกลายเป็นไซนัสอักเสบในที่สุด
ปรึกษาอาการไซนัสอักเสบกับคุณหมอที่แอป BeDee สะดวก ไม่ต้องเดินทาง ไม่มีค่าจัดส่งยา
อาการไซนัสอักเสบ
อาการไซนัสอักเสบใกล้เคียงกับไข้หวัดและภูมิแพ้ เช่น เป็นไข้, ปวดศีรษะ, น้ำมูกไหล และมีเสมหะ แต่ก็มีอาการเฉพาะบางอย่างที่สามารถทำให้แยกอาการไซนัสออกจากอาการทางระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ ได้ เช่น
• มีอาการคัดจมูก หายใจเข้าออกลำบาก : ขณะเป็นไซนัสอักเสบ ภายในโพรงจมูกจะมีอาการบวมทำให้ปิดช่องทางเข้าออกของอากาศจึงหายใจได้อย่างลำบาก
• น้ำมูกมีสีเหลืองหรือเขียวข้น : ไซนัสอักเสบเป็นอาการที่เกิดจากการติดเชื้อ สารคัดหลั่งอย่างน้ำมูกจึงมีสีเขียวหรือเหลืองที่เป็นลักษณะเฉพาะของน้ำมูกที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
• ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น : เนื่องจากการอักเสบติดเชื้อและการคั่งของสารคัดหลั่งภายในโพรงไซนัสทำให้เกิดการสะสมและส่งกลิ่นเหม็นขณะหายใจ
• ปวดศีรษะ โหนกแก้ม หน้าผาก หัวตา : ปกติภายในโพรงไซนัสตำแหน่งต่าง ๆ จะมีลักษณะเป็นช่องว่างที่มีเพียงอากาศ แต่เมื่อมีสารคัดหลั่งคั่งอยู่ภายในโพรงไซนัสและก่อให้เกิดการอักเสบจึงทำให้เกิดอาการปวดบริเวณที่มีโพรงไซนัส เช่น โหนกแก้ม หน้าผาก หัวตาและศีรษะได้
ประเภทของไซนัสอักเสบ
ไซนัสอักเสบสามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภทตามระยะเวลาและความถี่ในการเกิดโรค
1. ไซนัสอักเสบเฉียบพลัน (acute sinusitis)
ไซนัสอักเสบเฉียบพลัน มีระยะเวลาเกิดโรคอยู่ประมาณ 2-4 สัปดาห์ ส่วนมากมักเกิดร่วมกับอาการไข้หวัดและมีการติดเชื้อในโพรงไซนัส หากอาการไซนัสอักเสบเฉียบพลันเกิดจากไวรัสอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นได้เองเมื่อภูมิคุ้มกันดีขึ้น แต่หากเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียอาจมีระยะเวลาดำเนินโรคนานและจำเป็นต้องได้รับการรักษา
2. ไซนัสอักเสบเรื้อรัง (chronic sinusitis)
ไซนัสอักเสบเรื้อรัง มีระยะเวลาเกิดโรคอยู่มากกว่า 12 สัปดาห์ติดต่อกัน ส่วนมากอาการไซนัสอักเสบเรื้อรังมักเกิดจากภูมิแพ้ที่ทำให้โพรงจมูกบวมไปปิดกั้นไม่ให้ของเหลวในโพรงไซนัสไหลออกจนเกิดการอักเสบ
สาเหตุของไซนัสอักเสบ
มีหลายสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคไซนัสอักเสบไม่ใช่เพียงแค่เป็นหวัดอย่างเดียวเท่านั้น แล้วไซนัสอักเสบเกิดจากอะไรได้บ้าง?
• การติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสภายในโพรงจมูกที่เกิดขึ้นหลังจากอาการไข้หวัด
• การติดเชื้อภายในโพรงจมูกเนื่องจากการสำลักน้ำ
• การอักเสบภายในโพรงจมูกจากโรคภูมิแพ้
• มีความผิดปกติของโครงสร้างภายในจมูก เช่น ผนังกั้นช่องจมูกคด, กระดูกที่ข้างโพรงจมูกมีขนาดใหญ่, มีเนื้องอกในโพรงจมูก ทำให้ช่องโพรงไซนัสถูกปิดกั้นและระบายสารคัดหลั่งได้ยากกว่าปกติ
• ความผิดปกติภายในช่องปากส่วนบน เช่น ฟันผุ, การติดเชื้อที่รากฟัน ทำให้ผนังกั้นระหว่างช่องปากและไซนัสโหนกแก้มบางจนเชื้อสามารถทะลุไปยังไซนัสโหนกแก้มได้ง่าย
• มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ภายในจมูกเป็นเวลานาน มักพบในเด็กเล็กหรือผู้ป่วยที่ใส่สายให้อาหารหรือท่อช่วยหายใจที่โพรงจมูก
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากไซนัสอักเสบ
ปกติแล้วโรคไซนัสอักเสบสามารถทุเลาและหายได้ภายในไม่กี่สัปดาห์หากได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี แต่อย่างไรก็ตามไซนัสอักเสบเป็นภาวะที่เกิดจากติดเชื้อ ทำให้มีโอกาสที่เชื้อจะลุกลามไปยังอวัยวะส่วนอื่น ๆ และก่อให้เกิดอาการแทรกซ้อนได้ ดังนี้
• การติดเชื้อลุกลามไปยังดวงตา : หากเกิดการติดเชื้ออักเสบที่บริเวณไซนัสข้างหัวตาซึ่งเป็นบริเวณที่ใกล้ลูกตาไม่สามารถควบคุมการติดเชื้อได้อาจทำให้เชื้อลุกลามไปยังลูกตา ทำให้เนื้อเยื่อรอบดวงตาอักเสบ และถ้าการติดเชื้อรุนแรงอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นได้
• การติดเชื้อลุกลามไปยังสมอง : การติดเชื้อที่ไซนัสข้างหัวตา, ไซนัสหน้าผาก และไซนัสฐานสมองสามารถลุกลามไปยังสมองได้เนื่องจากโพรงไซนัสเหล่านี้อยู่ใกล้กับสมองหลายส่วน เช่น สมองส่วนหน้า, ต่อมใต้สมอง, เส้นประสาทสมอง เป็นต้น เมื่อเชื้อลุกลามมายังสมองอาจทำให้เกิดโรคทางสมองหลายอย่าง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ, ฝีในสมอง ซึ่งอาจทำอันตรายถึงชีวิต
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากไซนัสอักเสบเป็นอันตรายและอาจร้ายแรงถึงชีวิต แต่โอกาสที่การอักเสบจะพัฒนาจนเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายเหล่านี้มีไม่มากนักหากได้รับการตรวจ วินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกวิธี ดังนั้นหากพบอาการผิดปกติที่สงสัยว่ามีภาวะไซนัสอักเสบควรจะเข้าพบแพทย์โดยเร็วจะดีที่สุด
การตรวจและวินิจฉัยไซนัสอักเสบ
ไซนัสอักเสบสามารถตรวจและวินิจฉัยได้หลายวิธี เริ่มต้นแพทย์จะซักประวัติเบื้องต้นว่ามีอาการอย่างไรบ้าง หากมีอาการต้องสงสัยว่าอาจเป็นไซนัสอักเสบ เช่น ปวดบริเวณโหนกแก้มข้างจมูก, ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น แพทย์อาจตรวจโดยการส่องดูด้านหลังคอ, กดบริเวณไซนัส และอาจตรวจด้วยเครื่องมืออื่น ๆ เพื่อให้วินิจฉัยได้แม่นยำยิ่งขึ้น เช่น การตรวจด้วยการส่องกล้อง, การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) หรือการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)
วิธีรักษาไซนัสอักเสบ
เมื่อรู้ตัวแล้วว่าเป็นไซนัสอักเสบ คุณอาจสงสัยว่าไซนัสอักเสบรักษายังไง? ไซนัสอักเสบหายเองได้ไหม? มีวิธีรักษาไซนัสด้วยตัวเองหรือไม่? ซึ่งคำตอบของคำถามเหล่านี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุของการอักเสบของไซนัสและความรุนแรงของโรค
หากพบแพทย์เฉพาะทางแล้วได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไซนัสอักเสบแพทย์มักจะใช้การรักษาด้วยยาพร้อมกับแนะนำให้ดูแลตนเองเป็นหลัก เช่น การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อ, ใช้ยาพ่นจมูกลดอาการบวมในโพรงจมูก, ให้ยาลดน้ำมูก เป็นต้น หากอาการไซนัสอักเสบเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียแพทย์อาจจ่ายยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้เพิ่มด้วย และอาจบรรเทาอาการคัดจมูก ปวดในโพรงไซนัสด้วยตนเองโดยการรักษาระดับความชื้นในห้องให้เหมาะสมรวมถึงการประคบร้อนบริเวณจมูกและหน้าผาก
แต่หากอาการไซนัสอักเสบรุนแรงหรือเรื้อรังแพทย์อาจพิจารณารักษาไซนัสอักเสบด้วยการผ่าตัด โดยมีข้อบ่งชี้ดังนี้
• ผู้ป่วยผ่านการรักษาด้วยยาแล้วอาการไม่ดีขึ้นหรือกลับมาเป็นซ้ำบ่อย ๆ
• ภายในโพรงจมูกมีความผิดปกติทางโครงสร้างและทำให้เกิดไซนัสอักเสบได้บ่อย เช่น ริดสีดวงจมูก, มีเนื้องอกภายในโพรงจมูก, ผนังกั้นจมูกคด เป็นต้น
ยารักษาไซนัสอักเสบ
การรักษาไซนัสอักเสบมักเป็นการรักษาด้วยยาเป็นหลัก หากอาการไซนัสอักเสบเกิดจากไวรัสหรือภูมิแพ้ก็จะเน้นใช้ยารักษาตามอาการ เช่น ยาลดน้ำมูก, ยาพ่นจมูก เพื่อลดอาการบวมภายในโพรงจมูกและลดปริมาณสารคัดหลั่งภายในโพรงไซนัสลง
แต่หากอาการไซนัสอักเสบเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อในการรักษา โดยยาปฏิชีวนะเองมีหลายประเภท แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาจากความรุนแรงของอาการไซนัสอักเสบ เช่น ยายาฆ่าเชื้อทั่วไป และหากมีอาการรุนแรงหรือได้รับการรักษาไปแล้วอาการไม่ดีขึ้นแพทย์อาจเปลี่ยนเป็นยากลุ่มที่ออกฤทธิ์กว้างขึ้น เช่น Cephalosporins, Fluoroquinolones, Macrolides เป็นต้น
เพื่อให้การรักษาไซนัสอักเสบให้ผลดียิ่งขึ้นควรจะดูแลตนเองด้วยการล้างจมูกเป็นประจำเพื่อลดสิ่งสกปรกและสารคัดหลั่งที่คั่งค้างอยู่ภายในโพรงจมูกด้วยการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเป็นประจำ ช้อปน้ำเกลือพร้อมจัดส่งใน 90 นาที*