BeDee

ตรวจคัดกรองมะเร็งสำคัญอย่างไร เมื่อไหร่ควรตรวจ ?

ตรวจคัดกรองมะเร็งคือการตรวจหาความผิดปกติหรือตรวจหาเซลล์มะเร็งในร่างกายตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อป้องกันการเกิดโรคร้ายแรง ช่วยในการวางแผน เพิ่มโอกาสการรักษา

Last updated: 6/8/2569

ตรวจคัดกรองมะเร็งสำคัญอย่างไร เมื่อไหร่ควรตรวจ ?

Disclaimer: ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลทั่วไป ไม่สามารถทดแทนการให้คำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ยาทุกครั้ง

Key Takeaways

• การตรวจคัดกรองช่วยให้พบความผิดปกติก่อนเกิดอาการ เพิ่มโอกาสในการรักษา และลดความรุนแรงของโรคในระยะยาว

• การตรวจคัดกรองมะเร็ง ช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากกว่า และลดความซับซ้อนของการรักษาในระยะท้าย

• ช้อปแพ็กเกจตรวจคัดกรองมะเร็งชายและหญิง ราคาพิเศษจาก N Health เครือ BDMS ได้ที่เว็บไซต์ Health Plaza

สารบัญบทความ

ตรวจคัดกรองมะเร็งคืออะไร สำคัญอย่างไร

โรคมะเร็งเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทยและทั่วโลก เนื่องจากเป็นโรคที่สามารถเกิดได้กับอวัยวะเกือบทุกส่วนของร่างกาย และมักไม่มีอาการในระยะเริ่มต้น ทำให้หลายคนตรวจพบเมื่อโรคเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว ซึ่งยากต่อการรักษา และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต เซลล์มะเร็งสามารถแพร่กระจายจากอวัยวะหนึ่งไปสู่อวัยวะอื่น ๆ เช่น มะเร็งเต้านมแพร่ไปที่กระดูก หรือปอด ทำให้การรักษาซับซ้อนและผลลัพธ์แย่ลง ดังนั้นนอกจากการตรวจสุขภาพประจําปี เรายังควรคำนึงถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งอีกด้วย

การตรวจคัดกรองมะเร็ง (Cancer Screening) คือกระบวนการตรวจหาความผิดปกติหรือตรวจหาเซลล์มะเร็งในร่างกาย โดยใช้วิธีการทางการแพทย์ เช่น การตรวจเลือด เอกซเรย์ แมมโมแกรม การส่องกล้อง หรือการตรวจทางห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง เพื่อค้นหาความเสี่ยงหรือเซลล์ผิดปกติที่อาจพัฒนาเป็นมะเร็งในอนาคต

ตรวจคัดกรองมะเร็ง ควรตรวจอะไรบ้าง

หนึ่งในวิธีที่นิยมสำหรับการตรวจคัดกรองมะเร็งคือการตรวจสารบ่งชี้มะเร็ง คือการตรวจเลือดเพื่อหาสารชีวเคมีที่ถูกสร้างขึ้นโดยเซลล์มะเร็ง หรือโดยร่างกายเพื่อตอบสนองต่อการเกิดมะเร็ง การตรวจนี้ช่วยให้ประเมินความเสี่ยง เป็นการตรวจคัดกรอง หรือติดตามผลการรักษาของผู้ป่วยมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ สารบ่งชี้มะเร็งที่นิยมตรวจมีดังนี้

• CEA (Carcinoembryonic Antigen)

ใช้ตรวจคัดกรองและติดตามการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก, มะเร็งตับอ่อน, และมะเร็งปอด

กรณีพบว่าค่า CEA สูงกว่าปกติ อาจบ่งชี้ถึงความเสี่ยงของมะเร็งได้หลายชนิด

2. AFP (Alpha-Fetoprotein)

ใช้ตรวจคัดกรองมะเร็งตับ (Hepatocellular carcinoma) และบางกรณีใช้ในการประเมินมะเร็งอัณฑะ

มักใช้ร่วมกับการอัลตราซาวด์ช่องท้อง เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตรวจ

3. CA 125 (Cancer Antigen 125)

ใช้ตรวจคัดกรองมะเร็งรังไข่ในผู้หญิง โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคนี้ หากพบว่าระดับ CA 125 สูง อาจสัมพันธ์กับโรคมะเร็งรังไข่ แต่บางครั้งอาจเพิ่มขึ้นได้จากภาวะอื่น เช่น เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่

4. CA 15-3 / CA 27-29

ใช้ในการติดตาม และประเมินการรักษาร่วมกับการตรวจมะเร็งเต้านม

5. PSA (Prostate-Specific Antigen)

ใช้ตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก ในผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป หากค่าผิดปกติ แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจทางทวารหนักหรืออัลตราซาวด์เพิ่มเติม

6. β-hCG (Beta Human Chorionic Gonadotropin)

ใช้ในการตรวจ มะเร็งอัณฑะ และ มะเร็งรังไข่บางชนิด

ซื้อแพ็กเกจตรวจคัดกรองมะเร็งราคาพิเศษจาก N Health ในเครือ BDMS พร้อมส่วนลด On Top ได้ที่นี่