BeDee

อาหารเป็นพิษ โรคใกล้ตัวที่เกิดขึ้นได้กับทุกวัย

อาหารเป็นพิษ คือ ภาวะที่เกิดจากการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อโรค สารพิษ หรือสิ่งปนเปื้อนอื่น ๆ โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากแบคทีเรีย ไวรัส หรือปรสิต

Last updated: 6/8/2569

อาหารเป็นพิษ โรคใกล้ตัวที่เกิดขึ้นได้กับทุกวัย

Disclaimer: ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลทั่วไป ไม่สามารถทดแทนการให้คำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ยาทุกครั้ง

Key Takeaways

• อาหารเป็นพิษคือภาวะที่ร่างกายได้รับเชื้อโรคที่ปนเปื้อนมากับอาหารและน้ำจนทำให้เกิดอาการท้องเสีย ถ่ายเหลว อาเจียน

• โดยปกติแล้วสามารถหายเองได้แต่หากพบว่ามีอาการอ่อนแรงมาก ถ่ายเป็นเลือด มีไข้สูง ควรรีบปรึกษาแพทย์

• ไม่ควรซื้อยาหยุดถ่ายมาทานเอง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

อาหารเป็นพิษเกิดจากอะไร?

อาหารเป็นพิษ (Food Poisoning) คือภาวะที่เมื่อเรารับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อโรคเข้าไปแล้วทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องเสียถ่ายเหลว พบได้ทุกเพศและทุกช่วงอายุ อาหารเป็นพิษเกิดจากปัจจัยดังนี้

• เชื้อแบคทีเรีย

• ซัลโมเนลลา (Salmonella) มักพบในอาหารดิบ เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ดิบ และผลิตภัณฑ์นม

• อีโคไล (E. coli) มักพบในเนื้อวัวดิบ ผักที่ล้างไม่สะอาด หรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อน

• คลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium Botulinum) เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้สามารถสร้างสปอร์ซึ่งทนกับความร้อนได้ดี ในสภาวะเหมาะสม คือในสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีออกซิเจน เชื้อจะสร้างสารพิษชื่อ “โบทูลินั่มท็อกซิน (Botulinum Toxin)” ซึ่งทำให้เกิดโบทูลิซึม (Botulism) ซึ่งอันตรายมาก เนื่องจากส่งผลให้เกิดความผิดปกติในการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เชื้อชนิดนี้จึงมักพบในอาหารกระป๋องหรืออาหารที่เก็บไม่ถูกวิธี หรือการบรรจุที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้อาจมีสปอร์ของแบคทีเรียนี้ปนเปื้อนอยู่ เช่น ปลากระป๋อง ผักกาดดอง หน่อไม้ดอง หน่อไม้ปี๊บ

• เชื้อวิบริโอ (Vibrio spp.) เช่น Vibrio Cholerae ซึ่งก่อให้เกิดโรคอหิวาห์ตกโรค และ Vibrio Parahemolyticus ซึ่งมักพบในอาหารทะเล

การติดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ ทำให้เกิดอาการท้องเสีย ปวดบิด ขับถ่ายเป็นมูกเลือด (Mucus and bloody stool) จึงเรียกว่า “โรคบิด” (Dysentary) สาเหตุที่พบได้บ่อยคือการติดเชื้อแบคทีเรีย Shigella

• ไวรัส

• โนโรไวรัส (Norovirus) พบในอาหารทะเลและอาหารที่ปรุงไม่สะอาด

• ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) ปนเปื้อนในอาหารหรือเครื่องดื่มที่ไม่สะอาด

• โรตาไวรัส (Rota Virus) ซึ่งมักก่อโรคในเด็กทารกและเด็กเล็กแต่ก็สามารถพบในผู้ใหญ่ได้เช่นกัน

• พยาธิและโปรโตซัว

• พยาธิไตรคิเนลลา (Trichinella) พบในเนื้อสัตว์ เช่น หมูที่ปรุงไม่สุก

• โปรโตซัว (Giardia, Cryptosporidium) พบในน้ำที่ปนเปื้อน

• การติดเชื้ออะมีบา (Amoebiasis) ซึ่งทำลายเยื่อบุผนังลำไส้ทำให้เกิดเลือดออกในทางเดินอาหารและโรคบิด (Amoebic Dysentery)

• สารพิษ (Toxin) ที่สร้างจากจุลินทรีย์

• สารพิษจากแบคทีเรียสแตฟิโลคอคคัส (Staphylococcus Aureus) พบในอาหารที่ปล่อยทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องนานเกินไป

• สารพิษจากเชื้อบาซิลลัส ซีเรียส (Bacillus Cereus) พบในข้าวหรืออาหารแป้งที่ไม่ได้แช่เย็นหลังปรุง อาหารที่ควรระมัดระวัง ได้แก่ อาหารค้างคืนที่เก็บรักษาในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมหรือนานเกินไป เช่น ข้าวผัด นอกจากนี้เชื้อ Bacillus Cereus เป็นสาเหตุของการติดเชื้อในกระแสเลือด หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้อีกด้วย

• สารเคมี

• สารเคมีที่ปนเปื้อนในอาหาร เช่น ยาฆ่าแมลง หรือสารกันเสียที่เกินปริมาณที่ปลอดภัย

ปรึกษาหมอออนไลน์ ที่แอป BeDee ได้ทุกวัน สะดวก เป็นส่วนตัว

ส่งยาถึงที่ ไม่มีค่าจัดส่ง

อาหารเป็นพิษอาการเป็นอย่างไร?

อาการอาหารเป็นพิษอาจแตกต่างกันไปตามชนิดของเชื้อโรคและปริมาณของสารพิษที่ได้รับ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วโรคอาหารเป็นพิษอาการที่สามารถพบได้มีดังนี้

• คลื่นไส้ ไม่สบายท้อง

• อาเจียน

• ท้องเสีย (ถ่ายอุจจาระผิดปกติตั้งแต่ 3 ครั้งต่อวันหรือมากกว่า) ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำบ่อยครั้ง

• ปวดท้อง ปวดเกร็งบริเวณช่องท้อง (Abdominal Cramps)

• มีไข้

• อ่อนเพลีย

• เบื่ออาหาร

• อาการขาดน้ำ (Signs of Dehydration) เช่น ชีพจรเต้นเร็ว ปากแห้ง ปัสสาวะสีเข้ม

BeDee Tips: รู้จักโรคกระเพาะอาหาร ปวดท้องแบบไหนเสี่ยงโรคนี้ อ่านเลย!

วิธีรักษาอาหารเป็นพิษ

โดยปกติแล้วอาการอาหารเป็นพิษนั้นสามารถหายเองได้ภายใน 3-5 วัน วิธีรักษาอาหารเป็นพิษจะเน้นการรักษาและดูแลตามอาการ เช่น จิบเกลือแร่ ORS(Oral Rehydration Salts) บ่อย ๆ เพื่อป้องกันการขาดน้ำและการสูญเสียเกลือแร่จากอาการท้องเสียหรืออาเจียน แพทย์อาจจ่ายยาแก้ปวดท้อง แก้คลื่นไส้อาเจียน และยารักษาตามอาการ แต่ในรายที่มีอาการบ่งบอกว่าติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น ขับถ่ายเป็นมูกเลือด อาการปวดบิด ไข้สูง แพทย์อาจให้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อ

อย่างไรก็ตามผู้ป่วยไม่ควรซื้อยาหยุดถ่ายซึ่งมีตัวยาสำคัญที่ชื่อว่า “Loperamide” มารับประทานเอง เพราะจะทำให้เชื้อโรคสะสมอยู่ในร่างกาย ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน เพื่อรับการวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างเหมาะสม และหากพบว่าอาการไม่ดีขึ้น ถ่ายเป็นเลือด อุจจาระเป็นสีดำ อาเจียนไม่หยุด มีไข้สูง อ่อนแรงมาก มีอาการผิดปกติจากการเสียน้ำและเกลือแร่ เช่น ชีพจรเต้นเร็วผิดปกติ ความดันโลหิตลดลงควรปรึกษาแพทย์ทันที

วิธีป้องกันอาหารเป็นพิษ

โรคอาหารเป็นพิษนั้นเกิดจากการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อน ไม่สะอาด รวมถึงการดูแลสุขอนามัยที่อาจจะยังไม่ดีพอ ใครที่อยากป้องกันอาหารเป็นพิษหรือผู้ที่อาหารเป็นพิษบ่อยสามารถป้องกันได้ด้วยวิธีดังนี้

• ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ก่อนทานอาหารและหลังจากเข้าห้องน้ำทุกครั้ง

• ล้างผักและผลไม้ให้สะอาดก่อนทาน

• ทานอาหารที่ปรุงสุก สะอาด

• ไม่ควรทานอาหารดิบ อาหารหมักดอง หรืออาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ

• เก็บอาหารในอุณหภูมิที่เหมาะสม

• ไม่ควรทานอาหารที่หมดอายุแล้วหรือแช่ตู้เย็นมาหลายวัน

• หากพบว่าอาหารมีสี กลิ่น หรือรสชาติเปลี่ยนไปไม่ควรนำมาทานต่อ

• ดื่มน้ำสะอาดหรือต้มให้เดือดก่อนดื่ม

การดูแลตัวเองเมื่ออาหารเป็นพิษ

อาหารเป็นพิษควรได้รับรักษาเบื้องต้นตามอาการและดูแลตัวเองให้แข็งแรง สามารถทำได้ดังนี้

• จิบเกลือแร่ เพื่อป้องกันการขาดน้ำและเกลือแร่ แต่ในกรณีที่การทำงานของระบบทางเดินอาหารและลำไส้ยังไม่ปกติ หรือมีอาการอาเจียนร่วมด้วย ไม่ควรดื่มน้ำหรือเกลือแร่ครั้งละปริมาณมาก แต่ควรจิบน้ำเปล่าหรือน้ำเกลือแร่ (ORS) บ่อยครั้งแทน

• พักผ่อนให้เพียงพอ

• รับประทานอาหารอ่อน อาหารย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก

• หลีกเลี่ยงอาหารมัน เผ็ดจัด

• หลีกเลี่ยงอาหารที่ยังปรุงสุกไม่เพียงพอ (อุณหภูมิที่สามารถกำจัดเชื้อในอาหารได้คือเริ่มต้นมากกว่า 65 องศาเซลเซียสขึ้นไป และขึ้นกับชนิดของอาหาร)

• หากมีไข้ ควรใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตัวเพื่อลดไข้

• ไม่ควรซื้อยาหยุดถ่ายมารับประทานเองเพราะจะทำให้เชื้อโรคสะสมอยู่ในร่างกาย

• หากมีอาการท้องเสีย ถ่ายเหลว ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อรับการวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างเหมาะสม

หากพบว่าอาการไม่ดีขึ้น ถ่ายเป็นเลือด อุจจาระเป็นสีดำ อาเจียนไม่หยุด มีไข้สูง อ่อนแรงมาก ควรปรึกษาแพทย์ทันที

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการอาหารเป็นพิษ

1. แพทย์วินิจฉัยภาวะอาหารเป็นพิษอย่างไร?

เบื้องต้นแพทย์จะสอบถามอาการที่เกิดขึ้น ความถี่ในการขับถ่าย ระยะเวลาของอาการที่เกิดขึ้น อาหารที่ทานเข้าไป และอาจมีการตรวจอุจจาระ ตรวจเลือด เพื่อตรวจหาเชื้อโรคหรือปรสิตในร่างกายซึ่งจะช่วยให้แพทย์ทำการรักษาและจ่ายยาได้อย่างเหมาะสม

2. อาหารเป็นพิษไม่ควรทานอะไร?

อาหารที่ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงได้แก่ อาหารรสจัด เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด อาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ ของหมัก ของดอง ผักสด ผลไม้สด ควรทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม และควรจิบน้ำเปล่าระหว่างวันบ่อย ๆ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ

อาหารเป็นพิษควรรีบปรึกษาแพทย์

อาหารเป็นพิษคือภาวะที่เกิดจากการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อโรค สารพิษ หรือสิ่งปนเปื้อนอื่น ๆ โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากแบคทีเรีย ไวรัส ปรสิต หรือสารพิษที่เกิดในอาหารที่ไม่สะอาดหรือจัดเก็บไม่เหมาะสมจนทำให้เกิดอาการท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งอาจรุนแรงได้ในบางราย ปรึกษาหมอออนไลน์ พยาบาล หรือปรึกษาเภสัชกรได้เลยที่นี่

BeDee พบหมอเฉพาะทางเครือ BDMS ได้ทันที ไม่ต้องรอคิว ส่งยาทั่วไทย มั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูล

สอบถามเพิ่มเติม Line Official : @BeDeebyBDMS

Content powered by BeDee Expert

นพ. จิติศักดิ์ พูนศรีสวัสดิ์แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว เวชศาสตร์ป้องกัน และอาชีวเวชศาสตร์

เรียบเรียงโดย

กรวรรณ ใจซื่อกุล

Food poisoning – Symptoms and causes. (n.d.-b). Mayo Clinic. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/food-poisoning/symptoms-causes/syc-20356230

Food poisoning. (2023, July 14). nhs.uk. https://www.nhs.uk/conditions/food-poisoning/

Symptoms of food poisoning. (2024, April 29). CDC. https://www.cdc.gov/food-safety/signs-symptoms/index.html

Diarrhoeal disease. (2024, March 7). WHO. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/diarrhoeal-disease

Seladi-Schulman, J., PhD. (2020, September 16). What temperature kills bacteria in water and food? Healthline. https://www.healthline.com/health/what-temperature-kills-bacteria

FoodSafety.gov. (2024, November 21). Cook to a safe minimum internal temperature. https://www.foodsafety.gov/food-safety-charts/safe-minimum-internal-temperatures