BeDee

หยุดหายใจขณะหลับอันตราย! รวมสาเหตุ อาการ และกลุ่มเสี่ยง

การหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) เกิดจากการอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับอันเนื่องมาจากกล้ามเนื้อเพดานอ่อนหย่อนยาน อันตรายไหม? อ่านต่อที่นี่!

Last updated: 6/8/2569

หยุดหายใจขณะหลับอันตราย! รวมสาเหตุ อาการ และกลุ่มเสี่ยง

Key Takeaways

• โรคหยุดหายใจขณะหลับเกิดจากการอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับอันเนื่องมาจากกล้ามเนื้อเพดานอ่อนหย่อนยาน

• โรคหยุดหายใจขณะหลับทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ นำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง รบกวนคุณภาพชีวิตของคนใกล้ตัว

• หากมีอาการกรนเสียงดังต่อเนื่อง หยุดหายใจหรือหายใจติดขัดขณะหลับ ตื่นเช้าแล้วไม่สดชื่น ไม่มีสมาธิ ง่วงนอนมากผิดปกติในระหว่างวันจนไม่สามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ ควรรีบปรึกษาคุณหมอ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับคืออะไร?

โรคหยุดหายใจขณะหลับ หรือ Obstructive Sleep Apnea (OSA) คือภาวะการนอนหลับที่ผิดปกติอย่างหนึ่งที่เกิดจากการอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับอันเนื่องมากจากกล้ามเนื้อเพดานอ่อนหย่อนยานจนทำให้เกิดการหยุดหายใจชั่วคราวหลายครั้งในระหว่างการนอนหลับ จนเกิดการ “นอนกรน” ซึ่งส่งผลให้ร่างกายขาดออกซิเจนและต้องตื่นตัวขึ้นมาชั่วคราวเพื่อหายใจใหม่ ทำให้นอนหลับไม่ต่อเนื่องและนอนไม่ได้คุณภาพ

อาการบ่งชี้เสี่ยงเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าหยุดหายใจตอนนอนหรือเราอาจเสี่ยงเป็นโรคหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่ ? สำหรับ อาการหยุดหายใจขณะหลับที่เราสามารถสังเกตได้มีดังนี้

• หยุดหายใจหรือหายใจติดขัดในขณะหลับ

• กรนเสียงดังต่อเนื่อง

• สะดุ้งตื่นเป็นระยะเนื่องจากรู้สึกหายใจไม่ออก

• ละเมอ

• คอแห้งหรือเจ็บคอเมื่อตื่นนอน

• ปวดหัวเมื่อตื่นนอนตอนเช้า

• รู้สึกเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียแม้จะนอนเต็มที่

• ง่วงนอนมากผิดปกติในระหว่างวัน

• มีปัญหาเกี่ยวกับสมาธิ ความจำ และการตัดสินใจ

• อารมณ์แปรปรวน เช่น หงุดหงิดง่าย หรือซึมเศร้า

• ตื่นบ่อยในเวลากลางคืนเพื่อปัสสาวะ

มีปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับปรึกษาคุณหมอที่แอป BeDee ได้ทุกวัน สะดวก ส่งยาถึงที่

สาเหตุของภาวะหยุดหายใจขณะหลับเกิดจากอะไร?

โรคหยุดหายใจขณะหลับสาเหตุเกิดจากการที่ทางเดินหายใจถูกอุดกั้นระหว่างการนอนหลับ ทำให้การหายใจถูกขัดจังหวะชั่วคราวหรือนอนแล้วหยุดหายใจ ซึ่งสาเหตุหลักของการเกิดภาวะนี้มีดังนี้

• ต่อมทอนซิลหรืออะดีนอยด์ที่โตเกินไปโดยเฉพาะในเด็ก

• กล้ามเนื้อในลำคอและเนื้อเยื่อรอบ ๆ ทางเดินหายใจที่หย่อนหรือหนาแน่นเกินไป

• โครงสร้างของใบหน้าหรือลำคอที่ทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลง

ใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ?

โรคหยุดหายใจขณะหลับเป็นโรคที่สามารถพบได้ในคนทั่วไปโดยเฉพาะในผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอาการหยุดหายใจตอนนอน ได้แก่

• ผู้ที่เป็นโรคอ้วน : การมีไขมันสะสมบริเวณลำคอมากเกินไปทำให้ทางเดินหายใจแคบลงและอุดตันได้ง่าย

• อายุ : มักพบในช่วงอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป

• เพศ : ภาวะหยุดหายใจขณะหลับมักพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง

• โครงสร้างร่างกาย : ผู้ที่มีคอหนา ลิ้นใหญ่ ต่อมทอนซิลโต หรือเพดานอ่อนที่หนาเกินไปอาจอุดกั้นทางเดินหายใจได้ง่าย

• พันธุกรรม : พบว่าผู้ที่มีประวัติครอบครัวที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับมักเสี่ยงต่อการเกิดโรคมากกว่าคนทั่วไป

• ผู้ที่สูบบุหรี่

• ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์

การวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

เมื่อเรามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือสงสัยว่าอาจมีภาวะดังกล่าวควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุของอาการ โดยทั่วไปแล้วแพทย์จะวินิจฉัย

• ซักถามประวัติ แพทย์จะสอบถามเกี่ยวกับอาการ เช่น การกรนเสียงดัง อาการสะดุ้งตื่นกลางดึก หายใจติดขัด หรือหยุดหายใจชั่วขณะ รู้สึกง่วงนอนมากในตอนกลางวัน ตื่นนอนรู้สึกไม่สดชื่น

อาการปวดหัวหลังตื่นนอน

• ตรวจร่างกายทั่วไป

• การทำ Sleep Test เพื่อตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) ตรวจการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อหายใจ ระดับออกซิเจนในเลือด ตรวจรูปแบบการหายใจ และการเคลื่อนไหวของร่างกายและดวงตาขณะหลับ

วิธีรักษาโรคหยุดหายใจขณะหลับทำอย่างไร?

โรคหยุดหายใจขณะหลับนั้นมีความรุนแรงต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล ดังนั้นวิธีการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับก็จะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ โดยทั่วไปแล้ววิธีรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีดังนี้

1. ใช้เครื่องมือในช่องปาก (Oral Appliance)

เป็นอุปกรณ์ฟันยางที่ใส่ขณะนอนหลับ ฟันยางจะช่วยขยับกรามล่างไปข้างหน้าเพื่อป้องกันการอุดกั้นทางเดินหายใจ อุปกรณ์นี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการหยุดหายใจขณะหลับระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง

2. ใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP)

การรักษาโรคหยุดหายใจขณะหลับด้วยเครื่อง CPAP เป็นวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง โดยตัวเครื่องนี้จะสร้างแรงดันอากาศให้กับทางเดินหายใจขณะนอนหลับเพื่อป้องกันการอุดกั้น ทำให้ผู้ป่วยสามารถหายใจได้อย่างต่อเนื่อง CPAP เหมาะสำหรับการรักษาโรคหยุดหายใจขณะหลับระดับปานกลางถึงรุนแรง

3. ลดน้ำหนัก

ผู้ที่ภาวะน้ำหนักเกินหรือมีภาวะโรคอ้วนมักมีไขมันสะสมบริเวณลำคอมากเกินไปทำให้ทางเดินหายใจแคบลงและอุดตันได้ง่ายจึงเกิดอาการหยุดหายใจขณะหลับ

4. ผ่าตัด

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการหยุดหายใจขณะหลับรุนแรงมากแพทย์อาจพิจารณาใช้วิธีการผ่าตัดเพื่อรักษา เช่น การผ่าตัดลิ้นไก่และเพดานอ่อน การผ่าตัดแก้ไขโครงสร้างใบหน้าและขากรรไกร การผ่าตัดต่อมทอนซิลหรืออะดีนอยด์ หรือการใส่เครื่องกระตุ้นเส้นประสาท เป็นต้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

1. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับแบบไหนควรพบแพทย์?

หากผู้ป่วยมีอาการกรนเสียงดังต่อเนื่องจนรบกวนคนใกล้ชิด ตื่นมาแล้วรู้สึกเจ็บคอ คนใกล้ชิดสังเกตเห็นว่าผู้ป่วยมีการหยุดหายใจหรือหายใจติดขัดขณะหลับ ตื่นเช้าแล้วไม่สดชื่น ไม่มีสมาธิ ง่วงนอนมากผิดปกติในระหว่างวันจนไม่สามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ หรือเผลอหลับในขณะทำกิจกรรม ควรรีบปรึกษาคุณหมอเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอาการหยุดหายใจขณะหลับ

2. โรคหยุดหายใจขณะหลับหายขาดได้ไหม?

โรคหยุดหายใจขณะหลับสามารถรักษาให้หายขาดได้ในบางกรณี เช่น กรณีที่ผู้ป่วยมีอาการเนื่องจากน้ำหนักเกินเมื่อลดน้ำหนักอาจทำให้อาการหายขาดได้ หรือการรักษาด้วยการผ่าตัด เป็นต้น

หยุดหายใจขณะหลับควรรีบปรึกษาคุณหมอ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง รบกวนคุณภาพชีวิตของคนใกล้ตัว และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเนื่องจากการนอนที่ไม่ได้คุณภาพ

ปรึกษาหมอออนไลน์ นักกำหนดอาหาร พยาบาล และปรึกษาเภสัชกรแบบไม่มีค่าใช้จ่ายบนแอป BeDee ได้ทุกวัน ส่งยาและสินค้าถึงที่ สอบถามเพิ่มเติม Line Official : @BeDeebyBDMS

Content powered by BeDee Expert

พญ. กัญจน์อมล ศิริเวช

อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท

เรียบเรียงโดย

กรวรรณ ใจซื่อกุล

Obstructive sleep apnea – Symptoms and causes. (n.d.). Mayo Clinic. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/obstructive-sleep-apnea/symptoms-causes/syc-20352090

Obstructive sleep apnea. (2024, July 29). Johns Hopkins Medicine. https://www.hopkinsmedicine.org/health/conditions-and-diseases/obstructive-sleep-apnea

Mbbs, H. W. M. (n.d.). Obstructive Sleep Apnea (OSA): practice essentials, background, pathophysiology. https://emedicine.medscape.com/article/295807-overview?form=fpf