REM Sleep หนึ่งในวงจรการนอนหลับสำคัญต่อความจำและความคิดสร้างสรรค์
REM Sleep คือหนึ่งในช่วงของวงจรการนอนหลับ ในช่วงนี้สมองจะมีการทำงานคล้ายกับช่วงที่ตื่นอยู่ ดวงตาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และมักจะเกิดการฝัน
Last updated: 6/8/2569

Key Takeaways
• REM Sleepคือหนึ่งในช่วงของวงจรการนอนหลับในแต่ละคืน การนอนหลับในช่วง REM Sleep นั้นดวงตาของเราจะเคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงนี้สมองจะมีการทำงานคล้ายกับช่วงที่ตื่นอยู่ แต่กล้ามเนื้อส่วนใหญ่จะอยู่ในภาวะอัมพาตชั่วคราว จึงมักจะเกิดการฝัน หรือ ผีอำ
• REM Sleep ช่วยในด้านการเรียนรู้ ความจำ ความคิดสร้างสรรค์ ช่วยจัดการอารมณ์ และลดความเครียด
• การนอนหลับอย่างมีคุณภาพจะช่วยเพิ่ม REM Sleep และช่วยให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ครบทั้ง 4 ระยะของวงจรการนอนหลับ
REM Sleep คืออะไร?
โดยปกติแล้ววงจรการนอนหลับหรือ Sleep Cycle ของเราในแต่ละคืนนั้นจะประกอบไปด้วย
4 ระยะสำคัญที่หมุนเวียนกันตลอดช่วงเวลาการนอนหลับ แบ่งออกเป็น
ระยะที่ 1 Non-rapid eye movement stage 1 (Non-REM stage 1 or NREM-1) หรือ ช่วงหลับตื้น
ระยะที่ 2 Non-rapid eye movement stage 2 (Non-REM stage 2 or NREM-2)) หรือ ช่วงหลับกลาง
ระยะที่ 3 Non-rapid eye movement stage 3 (Non-REM stage 3 or NREM-3) หรือ ช่วงหลับลึก
ระยะที่ 4 Rapid Eye Movement (REM Sleep)
Rapid Eye Movement Sleep (REM Sleep) คือหนึ่งในช่วงของวงจรการนอนหลับในแต่ละคืน การนอนหลับในช่วง REM Sleep นั้นดวงตาของเราจะเคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงนี้สมองจะมีการทำงานคล้ายกับช่วงที่ตื่นอยู่ แต่กล้ามเนื้อส่วนใหญ่จะอยู่ในภาวะอัมพาตชั่วคราว จึงมักจะเกิดการฝัน หรือ ผีอำ การนอนหลับในช่วง REM Sleepจะเริ่มประมาณ 90 นาทีหลังจากนอนหลับ โดยรอบแรกของวงจรการนอนจะกินเวลาประมาณ 10 นาที และเพิ่มขึ้นในรอบต่อ ๆ ไป โดยรอบสุดท้ายอาจกินเวลานานถึง 60 นาที หรือคิดเป็นร้อยละ 20-25 ของระยะเวลาการนอนหลับทั้งหมดในหนึ่งคืน
มีปัญหานอนไม่หลับ ปรึกษาคุณหมอที่แอป BeDee ได้ทุกวัน สะดวก เป็นส่วนตัว ส่งยาถึงที่
NREM Sleep ต่างจาก REM Sleep อย่างไร?
การนอนหลับของเราในแต่ละคืนนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ซึ่งในแต่ละระยะร่างกายและสมองจะเกิดการทำงานที่แตกต่างกันออกไป คือ
ระยะที่ 1 (NREM-1) หรือ ช่วงหลับตื้น เป็นช่วงที่เรายังหลับไม่ลึก สมองทำงานช้าลง แต่ยังสามารถตื่นขึ้นมาได้ง่าย ระยะนี้กล้ามเนื้อจะเริ่มผ่อนคลาย และอัตราการเต้นของหัวใจและอัตรการหายใจเริ่มช้าลง
ระยะที่ 2 (NREM-2) หรือ ช่วงหลับกลาง ระยะนี้เป็นการเข้าสู่การหลับที่ลึกขึ้นกว่าเดิม รับรู้สิ่งรอบตัวน้อยลง กล้ามเนื้อจะผ่อนคลายลงมากขึ้น อุณหภูมิร่างกายจะลดลง การเคลื่อนไหวของดวงตาหยุดลง ร่างกายเข้าสู่สภาวะพักผ่อนลึกยิ่งขึ้น ระยะนี้มีความสำคัญในการส่งเสริมการทำงานของความจำ และการฟื้นฟูสมอง
ระยะที่ 3 (NREM-3) หรือ ช่วงหลับลึก “Deep Sleep” ระยะนี้คลื่นสมองจะช้าลง และกล้ามเนื้อจะผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์ ระยะนี้สำคัญต่อการฟื้นฟูร่างกายและสมอง เซลล์ในร่างกายจะทำการซ่อมแซมตัวเอง ฮอร์โมนต่าง ๆ เช่น ฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone) จะถูกหลั่งออกมาในช่วงนี้ ทำให้เป็นช่วงที่สำคัญสำหรับการฟื้นฟูร่างกายและการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
ระยะที่ 4 (REM Sleep) เป็นช่วงที่เกิดการฝันและสมองจะทำงานคล้ายกับเวลาที่ตื่นอยู่ ดวงตาจะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และกล้ามเนื้อส่วนใหญ่จะอยู่ในภาวะอัมพาตชั่วคราว ช่วง REM Sleep นี้สำคัญต่อการประมวลผลและจัดเก็บความจำ
BeDee Tips: ดูวิธีเอาชนะอาการนอนไม่หลับ ไม่ต้องพึ่งยานอนหลับ !
REM Sleep มีความสำคัญอย่างไร?
REM Sleep เป็นหนึ่งในระยะของวงจรการนอนหลับที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อร่างกายของเรา โดยทั่วไปแล้วประโยชน์และความสำคัญของการนอนในระยะ REM Sleep ได้แก่
• ช่วยในด้านการเรียนรู้และความจำ REM Sleep ช่วยในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลใหม่ ๆ ที่ได้รับระหว่างวัน โดยเฉพาะการจัดเก็บความจำระยะยาว และช่วยในเรื่องของการเรียนรู้
• ความคิดสร้างสรรค์ ช่วงการนอนหลับในระยะ REM Sleep สมองจะเชื่อมโยงข้อมูลและประสบการณ์ต่าง ๆ จึงช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้
• ปรับสมดุลอารมณ์ ในช่วง REM Sleep สมองจะประมวลผลและจัดการอารมณ์ ลดความเครียด ซึ่งความฝันที่เกิดขึ้นในระยะนี้เป็นกระบวนการที่สมองใช้ในการคลายความเครียดและความกังวลที่เผชิญในแต่ละวัน
• ช่วยซ่อมแซมร่างกาย เสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
BeDee Tips: การทำ Sleep Test เหมาะกับใครบ้าง? เมื่อไหร่จึงควรทำ อ่านเพิ่มเติมเลย!
ช้อปวิตามินช่วยในการนอนหลับพร้อมปรึกษาวิธีการทานกับเภสัชกรที่แอป BeDee ได้ทุกวัน
ส่งสินค้าถึงที่