รู้จัก Hyperventilation ภาวะหายใจเกินที่เกิดจากปัญหาด้านจิตใจ
Hyperventilation คืออาการหายใจเร็ว หายใจลึกเกินความต้องการของร่างกายส่งผลให้ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดลดลง สาเหตุการมักเกี่ยวข้องกับปัญหาทางด้านจิตใจ
Last updated: 6/8/2569

Disclaimer: ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลทั่วไป ไม่สามารถทดแทนการให้คำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ยาทุกครั้ง
Key Takeaways
• Hyperventilation คืออาการหายใจเร็วหรือหายใจลึกเกินกว่าความต้องการของร่างกายส่งผลให้ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในเลือดลดลง
• สาเหตุการเกิดภาวะนี้มักเกี่ยวข้องกับปัญหาทางด้านจิตใจ
• อาการที่มักพบ เช่น หายใจถี่หรือหายใจลึกเกิน เวียนศีรษะหรือมึนหัว ชาและรู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่มบริเวณปลายนิ้ว มือ เท้า หรือรอบปาก มือหรือเท้าเกร็ง
Hyperventilation คืออะไร?
Hyperventilation Syndrome คืออาการที่เกิดจากการหายใจเร็วหรือหายใจลึกเกินกว่าความต้องการของร่างกาย บางคนอาจเรียกว่า “ภาวะการหายใจเกิน” ซึ่งการหายใจเกินนี้ส่งผลให้ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ในเลือดลดลงจนและเกิดภาวะด่างจากการหายใจ ทำให้เกิดอาการทางร่างกายและจิตใจที่ไม่พึงประสงค์ตามมา เช่น ใจสั่น ชารอบปากและแขนขา มือจีบเกร็ง โดยมากแล้วสาเหตุการเกิดภาวะนี้มักเกี่ยวข้องกับปัญหาทางด้านจิตใจ เช่น โรคเครียด ความวิตกกังวล การตื่นตระหนก (Panic Attack) หรือปัญหาทางด้านร่างกายอื่น ๆ
Hyperventilation สาเหตุเกิดจากอะไร?
Hyperventilation Syndrome หรือ “ภาวะหายใจเกิน” เกิดจากการหายใจที่ตอบสนองต่อความเครียด อารมณ์ สารเคมีบางชนิด หรือโรคทางกายบางอย่าง ทำให้มีอาการหายใจเร็วและลึกเป็นเวลาหลายนาทีโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ในเลือดลดลงจนเกิดความไม่สมดุลในระบบทางเดินหายใจและร่างกาย สาเหตุหลัก ๆ สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ปัจจัยทางจิตใจ และ ปัจจัยทางร่างกาย เช่น
1.สาเหตุทางจิตใจ
• ความเครียด เช่น เครียดจากการทำงาน การเรียน ปัญหาความสัมพันธ์ ทะเลาะเบาะแว้ง ถูกขัดใจ เป็นต้น
• ความเครียดเรื้อรัง
• โรควิตกกังวล
• โรคแพนิค
• ปัจจัยโน้มนำ คือ ในวัยเด็กได้รับการเลี้ยงดูแบบปกป้องมากเกินไป
• พื้นฐานนิสัยเดิมวิตกกังวลง่าย เมื่อมีอาการทางกายทำให้ยิ่งโฟกัสไปที่อาการทางกาย ยิ่งเกิดความวิตกกังวล
2. สาเหตุทางร่างกาย
• โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด ถุงลมโป่งพอง การอุดตันในทางเดินหายใจ
• โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น หัวใจขาดเลือด หัวใจเต้นผิดจังหวะ
• โรคที่เกี่ยวกับสมอง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคลมชัก
• โรคทางระบบต่อมไร้ท่อ เช่น ภาวะไทรอยด์สูง ภาวะกรดเกินในร่างกาย
Hyperventilation อาการเป็นอย่างไร?
นอกจากอาการหายใจเกินแล้วภาวะ Hyperventilation ยังอาจทำให้เกิดอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย โดยอาการของภาวะนี้ที่มักพบได้ เช่น
• หายใจถี่หรือหายใจลึกเกิน
• รู้สึกหายใจไม่อิ่มหรือเหมือนขาดอากาศ
• เวียนศีรษะหรือมึนหัว
• ชาและรู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่มบริเวณปลายนิ้ว มือ เท้า หรือรอบปาก
• มือหรือเท้าเกร็ง
• หัวใจเต้นเร็ว
• เจ็บหน้าอกหรือแน่นหน้าอก
• กล้ามเนื้อกระตุกหรือเกร็ง โดยเฉพาะมือและเท้า
• กล้ามเนื้ออ่อนแรง
• เหงื่อออกมากผิดปกติ
• รู้สึกเหมือนจะเป็นลม
• มักสัมพันธ์กับความวิตกกังวล
ปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยาคลินิกที่แอป BeDee ได้ทุกวัน สะดวก เป็นส่วนตัว
ส่งยาถึงที่ ไม่มีค่าจัดส่ง
วิธีรับมือ Hyperventilation Syndrome
ขจัดความเครียดที่เข้ามากระตุ้น
แยกตัวออกมาอยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทและสงบเพื่อหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น นึกภาพสถานที่สงบและผ่อนคลายในใจ เช่น บรรยากาศทะเล บรรยากาศห้องนอนที่อบอุ่นคุ้นเคย บรรยากาศสวนร่มรื่นย์
ฝึกควบคุมการหายใจ
หายใจเข้า-ออกทางจมูกแทนการหายใจทางปากช้า ๆ หรืออาจเทคนิค 4-7-8 คือการหายใจเข้าทางจมูกช้า ๆ นับ 4 วินาที กลั้นหายใจนับ 7 วินาที และหายใจออกช้า ๆ นับ 8 วินาที
หายใจผ่านถุงกระดาษ
นำถุงกระดาษมาครอบบริเวณจมูกและปากแล้วหายใจเข้า-ออกช้า ๆ เพื่อให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กลับคืนสู่กระแสเลือด ห้ามใช้วิธีนี้หากผู้ป่วยเป็นโรคหอบหืด
ฝึกผ่อนคลายจิตใจ
ใช้วิธีการฝึกสมาธิหรือสติ (Mindfulness) เพื่อช่วยลดความวิตกกังวล ใช้การเบี่ยงเบนความสนใจ โฟกัสที่สิ่งรอบตัว เช่น สี เสียง หรือกลิ่น หรือลองนับตัวเลขถอยหลัง
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
หากเกิดอาการ Hyperventilation ควรปรึกษาจิตแพทย์ตรวจหาสาเหตุทางกายภาพหรือโรคที่เกี่ยวข้อง และรับการบำบัดจิตใจ เช่น การบำบัดพฤติกรรมทางความคิด (Cognitive Behavioral Therapy: CBT)
วิธีรักษา Hyperventilation ทำอย่างไร?
วิธีการรักษาภาวะ Hyperventilation นั้นอันดับแรกแพทย์จะตรวจร่างกายและสอบถามประวัติเพื่อประเมินถึงโรคอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง ซึ่งหากพบว่าผู้ป่วยมีภาวะ Hyperventilation แพทย์อาจให้การรักษา เช่น การบำบัดจิตใจ การบำบัดพฤติกรรมทางความคิด (Cognitive Behavioral Therapy: CBT) เพื่อปรับความคิดที่กระตุ้นความวิตกกังวล ฝึกเทคนิคการจัดการความเครียด เช่น การฝึกสติ (Mindfulness) และอาจมีการใช้ยาคลายกังวลหรือยาต้านเศร้าร่วมด้วย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Hyperventilation
1. Hyperventilation สามารถนำไปสู่โรคอื่นได้ไหม?
ในระยะยาว Hyperventilation อาจนำไปสู่ภาวะขาดสมดุลของคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือด
ทำให้เกิดการการเกร็งของกล้ามเนื้อ เกิดโรควิตกกังวล (Anxiety Disorders) หรือภาวะตื่นตระหนก (Panic Attack) นอกจากนี้การขาดสมดุลของออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์เป็นเวลานาน อาจมีผลต่อสมองหากอาการเกิดขึ้นซ้ำ ๆ หรือมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษา
2. Hyperventilation Syndrome ปฐมพยาบาลเบื้องต้น
ควรทำให้ผู้ป่วยสงบและผ่อนคลาย พาผู้ป่วยไปอยู่ในที่เงียบและอากาศถ่ายเทสะดวกและช่วยผู้ป่วยควบคุมการหายใจโดยการหายใจช้า ๆ และลึก ๆ ด้วยวิธีดังนี้
• หายใจเข้า: นับ 1-2-3
• กลั้น: นับ 1-2
• หายใจออก: นับ 1-2-3-4
หากผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมการหายใจได้ให้ใช้ถุงกระดาษ (ห้ามใช้ถุงพลาสติก) ให้ผู้ป่วยหายใจเข้า-ออกผ่านถุงประมาณ 10-15 ครั้ง แล้วหยุดพัก ห้ามใช้วิธีหายใจผ่านถุงกระดาษหากผู้ป่วยมีโรคปอด เช่น หอบหืด
Hyperventilation ต้องรีบปรึกษาแพทย์
Hyperventilation Syndrome สร้างความลำบากต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมากเพราะไม่รู้ว่าอาการจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ นอกจากนี้สาเหตุของภาวะนี้ยังมักเกิดจากปัญหาทางด้านจิตใจ ดังนั้นหากรู้สึกเครียด กังวล หรือมีปัญหาจิตใจอื่น ๆ ควรปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาคลินิกเพื่อหาทางรับมืออย่างเหมาะสม ปรึกษาหมอออนไลน์ พยาบาล หรือปรึกษาเภสัชกรได้เลยที่นี่
BeDee พบหมอเฉพาะทางเครือ BDMS ได้ทันที ไม่ต้องรอคิว ส่งยาทั่วไทย มั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูล
สอบถามเพิ่มเติม Line Official : @BeDeebyBDMS
Content powered by BeDee Expert
พญ. อธิชา วัฒนาอุดมชัยจิตแพทย์
เรียบเรียงโดย
กรวรรณ ใจซื่อกุล
Hyperventilation. (2024, August 23). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/hyperventilation
Fields, L. (2021, October 29). What is hyperventilation? WebMD. https://www.webmd.com/lung/lung-hyperventilation-what-to-do
Hyperventilation. (n.d.). Cambridge University Hospitals. https://www.cuh.nhs.uk/patient-information/hyperventilation/