วิธีรักษาฝ้า กระ ปัญหาผิวจากแสงแดดและยูวี
ฝ้า กระ คือปัญหาผิวที่เกิดจากการทำงานของเม็ดสีเมลานินใต้ผิวหนังมีความผิดปกติ ทำให้เกิดการรวมตัวกันมากขึ้น ผิวหนังจึงมีสีเข้ม สามารถรักษาได้ด้วยยาหรือการทำหัตถการ
Last updated: 6/8/2569

หนึ่งในปัญหาผิวที่พบบ่อยมาก ๆ โดยเฉพาะในวัยผู้ใหญ่ขึ้นไปคือปัญหาฝ้า กระ เพราะผิวหนังเราได้เผชิญกับแสงแดดและมลภาวะมานาน ถึงแม้ว่าปัญหาฝ้า กระจะไม่ได้เป็นอันตรายใด ๆ แต่กลับสร้างความไม่มั่นใจให้กับหลาย ๆ คนจนต้องหาวิธีรักษาฝ้า กระให้หายโดยเร็ว
ในบทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับฝ้า กระ คืออะไร มีสาเหตุเกิดจากอะไร สามารถรักษาฝ้า กระ ให้หายไปจากผิวหนังของเราได้หรือไม่ แล้วเราควรจะดูแลผิวอย่างไรเพื่อลดโอกาสเกิดฝ้า กระมากวนใจ
ฝ้า กระ คืออะไร
ฝ้า กระคือปัญหาผิวที่แสดงลักษณะเป็นจุดหรือปื้นบนผิวหนัง มีสีเข้มกว่าผิวหนังบริเวณรอบ ๆ สามารถเกิดขึ้นได้ตามผิวหน้าหรือตามผิวกาย รูปแบบของฝ้า กระมีหลายรูปแบบหลายชนิด และยังมีหลายสาเหตุที่ก่อให้เกิดฝ้า กระ แต่โดยส่วนมากมักมาจากรังสียูวีที่มาพร้อมกับแสงแดด แสงไฟ หน้าจอโทรศัพท์ เป็นต้น
ฝ้า กระเป็นกลไกที่ร่างกายสร้างเม็ดสีเมลานินขึ้นมามากเกินไปเพื่อป้องกันการรุกรานของรังสียูวีที่อาจเข้ามาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลำดับพันธุกรรมของเซลล์ผิวหรือมะเร็งผิวหนัง ไม่สร้างความเจ็บปวดทางกายภาพ และไม่ทำอันตรายต่อร่างกาย แต่อาจมีผลกระทบต่อจิตใจ ทำให้หลายคนขาดความมั่นใจได้โดยเฉพาะการเกิดฝ้าที่หน้า หรือหน้าเป็นกระ
ปรึกษาปัญหาฝ้ากระและผิวหนังกับแพทย์ผิวหนังที่แอป BeDee สะดวก เป็นส่วนตัว ไม่ต้องเดินทาง ไม่มีค่าจัดส่งยา
ฝ้า กระ ต่างกันอย่างไร
เชื่อว่าหลายคนก็พอจะทราบมาบ้างว่าฝ้ากับกระมีความแตกต่างกัน แต่อาจยังไม่เข้าใจว่าฝ้ากับกระต่างกันยังไงอย่างชัดเจน และเวลาที่หน้าขึ้นเป็นรอยดำนั้นเป็นรอยฝ้าหรือรอยกระกันแน่ ในหัวข้อนี้จะมาเปรียบเทียบความแตกต่างของฝ้าและกระ ให้คุณสามารถแยกฝ้ากับกระด้วยตนเองง่าย ๆ
• ฝ้า หรือ melasma คือรอยดำที่เกิดจากเม็ดสีเมลานินมารวมตัวอยู่ใต้ผิวหนังมากผิดปกติ มักมีลักษณะเป็นปื้น ๆ มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ รูปร่างหลากหลายแบบ และมีความเข้มของสีอยู่หลายระดับ และมักขึ้นบริเวณใบหน้าโดยเฉพาะโหนกแก้ม หน้าผาก คาง
โดยฝ้าขึ้นหน้ามักเกิดจากแสงแดดเป็นหลักแต่ก็มีปัจจัยอื่น ๆ ที่กระตุ้นให้เกิดฝ้าได้ เช่น พันธุกรรม ฮอร์โมนโดยเฉพาะฮอร์โมนเพศหญิง การใช้ยาบางชนิด รวมถึงโรคอื่น ๆ บางโรค เป็นต้น
• กระ คือรอยจุดด่างดำที่ลักษณะเป็นเม็ดกลม ๆ ขนาดเล็ก ๆ กระจายตัวกัน สามารถเห็นขอบเขตของกระแต่ละจุดได้ชัดเจน สามารถเกิดขึ้นได้ตามใบหน้าและลำตัว พบได้บ่อยตามใบหน้า โดยเฉพาะแก้มและหน้าผาก อาจมีน้ำตาลเข้มหรืออ่อน ลักษณะเรียบหรือนูนขึ้นอยู่กับประเภทของกระ
กระจะแตกต่างจากฝ้าโดยกระเกิดจากความผิดปกติของเม็ดสีเมลานินที่มาจากพันธุกรรมหรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหรืออายุที่เพิ่มมากขึ้น โดยอาจมีแสงยูวีเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดกระเพิ่มมากขึ้น
ฝ้า กระ เกิดจากอะไร
ฝ้าและกระเกิดจากหลายสาเหตุ และมีสาเหตุที่แตกต่างกัน ในหัวข้อนี้จะขอแบ่งการเกิดฝ้าและการเกิดกระเกิดจากอะไรได้บ้าง ดังนี้
• การเกิดฝ้าเกิดจากอะไร?
สาเหตุการเกิดฝ้าที่สำคัญที่สุดคือรังสียูวี โดยสามารถพบรังสียูวีได้จากแสงแดด แสงจากหลอดไฟ แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ แสงจากหน้าจอสมาร์ตโฟน ความร้อนจากไฟ เป็นต้น
นอกจากนี้ฝ้ายังเกิดได้ง่ายขึ้นหากมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ผิวบางและได้รับผลกระทบจากรังสียูวีได้ง่ายกว่าเดิม ยกตัวอย่างเช่น ยาคุมกำเนิด พันธุกรรม เครื่องสำอาง การใช้ยารักษาโรคบางชนิดหัตถการฉายแสงรักษาโรค หัตถการเลเซอร์ การลอกผิว และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างในช่วงวัยทองที่ฮอร์โมนเอสโทรเจนจะลดลง เมลานินทำงานหนักขึ้นเมื่อเจอแสงแดด ก็จะทำให้เกิดฝ้าได้ง่าย
• กระเกิดจากอะไร?
กระเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของเม็ดสีเมลานิน ทำให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นส่งผลให้บริเวณที่มีการรวมของเม็ดสีเมลานินมีสีเข้มกว่าปกติ โดยมีสาเหตุที่ทำให้เกิดกระอยู่หลายสาเหตุเช่น พันธุกรรม มักพบในผู้ที่มีผิวขาว (ชาวยุโรป) มากกว่าผู้ที่มีผิวสีอื่น อายุที่มากขึ้น ที่เกิดจากการแบ่งตัวของเซลล์ผิวที่ผิดปกติ หรือรังสียูวีจากแสงแดด โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดกระก็ส่งผลต่อลักษณะของกระที่แตกต่างกัน
พฤติกรรมที่อาจทำให้เกิดฝ้า กระได้
ตัวเร่งปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาผิวอย่างฝ้า กระก็มักมาจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือพฤติกรรมที่ไปเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาฝ้า กระได้ เช่น
• ปล่อยให้ผิวหนังเผชิญกับแสงแดด
อย่างที่เราทราบกันดีว่าในแสงแดดเต็มไปด้วยรังสียูวีที่สามารถทะลุผ่านผิวหนังและก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวมากมาย หากไม่ทาครีมกันแดดเพื่อเป็นเกราะป้องกันผิวจากรังสียูวี ร่างกายก็ต้องกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานินเพิ่มเพื่อป้องกันรังสียูวีแทน ทำให้เกิดรอยฝ้า กระ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ดูหมองคล้ำ
• ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ผลัดเซลล์ผิวมากเกินไป
การผลัดเซลล์ผิวช่วยให้ผิวใหม่ดูกระจ่างใส สะอาด ลดการอุดตันได้ก็จริง แต่หากใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มากเกินไปจะทำให้ผิวบางและไวต่อแสงแดด รังสียูวีเข้าสู่ชั้นผิวได้มากและไปเร่งการเกิดฝ้า กระได้ง่ายกว่าเดิม
• พักผ่อนไม่เพียงพอ เครียด
การกระทำเหล่านี้ส่งผลให้เกิดอนุมูลอิสระในร่างกายเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสีเมลานินใต้ผิวและก่อให้เกิดกระขึ้น
• ใช้ยาคุมหรือยากลุ่มควบคุมฮอร์โมน
ฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปมีผลต่อการเกิดฝ้า กระบนผิวหนัง การใช้ยาที่ส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนจึงเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดฝ้า กระได้มากขึ้น
ปรึกษาปัญหาฝ้ากระและผิวหนังกับแพทย์ผิวหนังที่แอป BeDee สะดวก เป็นส่วนตัว ไม่ต้องเดินทาง ไม่มีค่าจัดส่งยา
ลักษณะของฝ้า
ฝ้าจะขึ้นเป็นแผ่นหรือเป็นปื้น อาจเกิดขึ้นเป็นบริเวณเล็ก ๆ ไปจนถึงเป็นบริเวณกว้าง มีสีอ่อนไปจนถึงเข้ม ขึ้นกับลักษณะของฝ้าแต่ละชนิด
ฝ้ามีกี่ประเภท? ฝ้ามี 4 ประเภทแบ่งตามความลึกของฝ้า ดังนี้
• ฝ้าตื้น : เป็นฝ้าที่อยู่บนผิวชั้นหนังกำพร้าซึ่งเป็นผิวชั้นนอกสุด สามารถมองเห็นสีและขอบเขตของฝ้าได้ชัดเจน มักจะมีสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงน้ำตาลเข้ม
• ฝ้าลึก : เป็นฝ้าที่อยู่ชั้นที่ลึกกว่าชั้นหนังกำพร้า สีที่ปรากฏมักจะมีสีน้ำตาลไปทางโทนอมม่วงหรือฟ้า เพราะฝ้าประเภทนี้อยู่ชั้นที่ลึกกว่าทำให้มองเห็นขอบเขตฝ้าไม่ชัดเจน และมีสีที่จางกว่าฝ้าตื้น แต่รักษาได้ยากกว่าเพราะจุดเกิดฝ้าอยู่ลึกกว่า
• ฝ้าผสม : เป็นฝ้าที่มีทั้งแบบตื้นและแบบลึก ซึ่งผู้ที่มีปัญหาหน้าเป็นฝ้าส่วนมากมักจะเป็นฝ้าแบบผสม
• ฝ้าที่แยกชนิดได้ไม่ชัดเจน : มักเกิดในผู้ที่มีผิวสีเข้ม ทำให้แยกความแตกต่างของฝ้าแต่ละชนิดได้ยาก
นอกจากนี้เรายังแบ่งประเภทของฝ้าด้วยสาเหตุของการเกิดฝ้าได้อีก 2 ประเภท คือ
• ฝ้าแดด : เกิดจากรังสียูวีพบมากในแสงแดด หรือแสงสีฟ้าที่มักพบได้ในเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟน เป็นต้น
• ฝ้าเลือด : เกิดจากความผิดปกติของเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังที่แตกและรวมตัวอยู่ใต้ผิวหนัง โดยมีสาเหตุอยู่หลายปัจจัย เช่น ฮอร์โมน การใช้ยา หรือการลอกผิวที่อันตราย เป็นต้น
ลักษณะของกระ
กระมีลักษณะเป็นจุดเล็ก ๆ กลม ๆ กระจายอยู่ทั่วผิวหน้าและลำตัว มักจะเกิดกระที่หน้าบริเวณแก้มและหน้าผากมากเป็นพิเศษ
กระมี 4 ประเภท ดังนี้
• กระตื้น : เป็นกระที่อยู่ชั้นหนังกำพร้า สามารถมองเห็นขอบกระได้ชัดเจน มีสีน้ำตาลเข้ม มักจะเกิดขึ้นเป็นจุดหลายจุด กระจายทั่วบริเวณแต่เกาะตัวกันเป็นกลุ่ม
• กระลึก : เป็นกระที่อยู่ชั้นลึกลงไป สีจุดจะจางกว่ากระตื้น มีสีน้ำตาลอ่อนหรือค่อนข้างไปทางฟ้า ม่วง และอาจเห็นขอบกระได้ไม่ชัดเจนเท่ากระตื้น มักเกิดจากผิวสัมผัสกับแดดสะสมเป็นเวลานาน
• กระแดด : เป็นกระที่เกิดจากการโดนแสงแดดเป็นเวลานาน พบได้บ่อยในวัยผู้ใหญ่ กระแดดจะมีสีเข้ม ผิวเรียบ
• กระเนื้อ : เป็นกระที่เกิดจากความผิดปกติในการแบ่งเซลล์ผิว ทำให้เกิดลักษณะเป็นก้อนนูนสีน้ำตาลเข้ม มักเกิดตามบริเวณใบหน้าและลำคอ พบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุมากขึ้น
วิธีรักษาฝ้า กระ
ปัญหาฝ้า กระอาจไม่ใช้ปัญหาที่ต้องรีบแก้ไขโดยด่วน ไม่ใช่โรคอันตราย แต่หลายคนก็มีความต้องการรักษาฝ้า กระให้หายไปจากผิวโดยเร็ว ในปัจจุบันได้มีวิธีรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำอยู่หลายวิธี ทั้งเป็นวิธีรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำแบบธรรมชาติ หรือจะรักษาฝ้า กระด้วยหัตถการทางการแพทย์ก็ตาม
วิธีรักษาฝ้า กระ มีดังนี้
• การรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำด้วยยา
การใช้ยาเพื่อรักษาฝ้า กระ นิยมใช้เป็นการรักษาหลักหรืออาจใช้ร่วมกับการรักษาด้วยวิธีอื่น โดยตัวยารักษาฝ้า กระจะมีส่วนผสมของสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสี ช่วยให้เม็ดสีที่รวมตัวกันใต้ผิวหนังจนเกิดฝ้า กระลดลง สีผิวดูกระจ่างใสขึ้น
โดยผลลัพธ์ที่ได้อาจช้ากว่าวิธีเลเซอร์หรือการฉีดเมโสเพราะตัวยาจะค่อย ๆ ซึมผ่านผิวหนัง ซึ่งจะช้ากว่าเลเซอร์ที่เข้าไปทำลายเม็ดสีโดยตรงหรือเมโสที่เข้าไปบำรุงผิวตั้งแต่ภายใน
นอกจากยารักษาฝ้า กระแล้วยังมีผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดฝ้า กระอยู่หลายรูปแบบไม่ว่าจะครีมหรือเซรั่มบำรุงผิว ซึ่งจะมีส่วนผสมคล้ายกับยารักษาฝ้า แต่อาจมีความเข้มข้นของตัวยาน้อยกว่า
หากยังไม่ต้องการใช้ยารักษาฝ้าก็อาจใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวลดฝ้า กระได้เช่นกัน