BeDee

สิวหัวช้างจัดการและรับมืออย่างไรดี เมื่อหน้าพัง

สิวหัวช้างคือสิวที่มีลักษณะเป็นก้อนนูนขนาดใหญ่ ไม่มีหัว เมื่อกดจะรู้สึกเจ็บมาก มีหนองอยู่ภายใน มักเกิดจากการอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียที่เจริญเติบโตบริเวณผิวหนัง

Last updated: 6/8/2569

สิวหัวช้างจัดการและรับมืออย่างไรดี เมื่อหน้าพัง

Key Takeaways

• สิวหัวช้างคือสิวประเภทหนึ่ง มีขนาดใหญ่ บวม รักษาได้ยากกว่าสิวประเภทอื่น ๆ

• ไม่ควรบีบ แกะ หรือกดสิวหัวช้างด้วยตัวเองเพราะอาจทำให้ติดเชื้อจากมือหรืออุปกรณ์ที่ไม่สะอาด

• การรักษาสิวหัวช้างควรปรึกษาแพทย์โดยตรง

สิวหัวช้างคืออะไร

สิวหัวช้าง (Nodule) คือ สิวที่มีลักษณะเป็นก้อนนูนขนาดใหญ่ ไม่มีหัว เมื่อกดจะรู้สึกเจ็บมาก สิวหัวช้างจะมีหนองอยู่ภายใน เกิดจากการอักเสบรุนแรงจากเชื้อแบคทีเรียที่เจริญเติบโตบริเวณผิวหนังซึ่งสิวหัวช้างรักษาได้ยากกว่าสิวประเภทอื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อทำการรักษาโดยตรง

ปรึกษาวิธีรักษาสิวหัวช้างกับคุณหมอที่แอป BeDee ได้ทุกวัน สะดวก ส่งสินค้าถึงบ้าน

สาเหตุที่ทำให้เกิดสิวหัวช้างมีอะไรบ้าง

สิวหัวช้างเกิดจากสาเหตุหลายประการ ได้แก่

• การอุดตันของรูขุมขน สิวหัวช้างเกิดจากการสะสมของน้ำมัน (Sebum) และเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วอุดตันในรูขุมขนรุนแรงจนทำให้เกิดสิวหัวช้าง

• การเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ชื่อว่า Propionibacterium acnes (P. acne) ในรูขุมขนซึ่ง P. acne จะเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีน้ำมันมาก เมื่อแบคทีเรียเจริญเติบโตมากเกินไป จะทำให้เกิดการอักเสบ ซึ่งอาจทำให้เกิดสิวหัวช้าง

• การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ในช่วงวัยรุ่น ช่วงมีประจำเดือน หรือช่วงตั้งครรภ์ สามารถกระตุ้นการผลิตน้ำมันในผิวหนังมากขึ้น ส่งผลให้มีโอกาสเกิดสิวหัวช้างสูงขึ้น

• ปัจจัยทางพันธุกรรม หากมีประวัติคนในครอบครัวมีสิวรุนแรง อาจมีความเสี่ยงในการเกิดสิวหัวช้างมากขึ้น

• ความเครียดสามารถกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนที่เพิ่มการผลิตน้ำมัน ทำให้เกิดสิวมากขึ้น

• การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมระคายเคืองหรือมีน้ำมันมาก ทำให้รูขุมขนอุดตันและกระตุ้นการเกิดสิวหัวช้างได้

• การกดหรือบีบสิวอาจทำให้เกิดการอักเสบที่ลึกลงในผิวหนังจนทำให้เกิดสิวหัวช้าง

บริเวณที่มักเกิดสิวหัวช้างคือบริเวณใดบ้าง

สิวหัวช้างมักเกิดในบริเวณที่มีน้ำมันมากและมีรูขุมขนที่หนาแน่น ซึ่งบริเวณที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่

• ใบหน้า: เช่น หน้าผาก สิวหัวช้างตรงจมูกสิวหัวช้างที่คาง และแก้ม เนื่องจากบริเวณนี้มีต่อมไขมันที่ผลิตน้ำมันมาก

• คอ: สิวหัวช้างสามารถเกิดขึ้นได้บริเวณคอ โดยเฉพาะส่วนด้านหลังของคอที่มักมีการเสียดสีจากเสื้อผ้าหรือผม

• หลัง: สิวหัวช้างที่หลังเป็นอีกหนึ่งบริเวณที่พบได้บ่อยเนื่องจากมีต่อมไขมันมาก โดยเฉพาะส่วนบนของหลัง

• หน้าอก: บริเวณหน้าอกก็มีต่อมไขมันที่ผลิตน้ำมันจำนวนมากเช่นกัน และอาจเกิดสิวหัวช้างได้ โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่ร้อนชื้น

วิธีรักษาสิวหัวช้างทำอย่างไร

การรักษาสิวหัวช้างมีหลายวิธี โดยควรเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมและเหมาะกับความรุนแรงของสิวที่เกิดขึ้น

ใช้ยารักษาสิว

ใช้ครีมหรือยาทาสิวที่มีส่วนผสมของเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) ซาลิไซลิกแอซิด (Salicylic Acid) หรือเรตินอล (Retinoid) ซึ่งสามารถช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน อย่างไรก็ตามการใช้กรดเหล่านี้ต้องระวังในผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย เนื่องจากอาจทำให้ผิวหน้าแห้งและเกิดการระคายเคืองได้ ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยา

ใช้สกินแคร์อ่อนโยน ไม่อุดตัน

ไม่ว่าจะเป็นสิวประเภทใดก็ตามสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องเลือกใช้สกินแคร์ดูแลผิวที่อ่อนโยน ปราศจากน้ำหอม รักษาความชุ่มชื้น แต่ไม่อุดตัน

รักษาด้วยหัตถการ

ในบางรายที่มีอาการสิวหัวช้างอักเสบรุนแรงแพทย์อาจแนะนำให้ฉีดยาเพื่อรักษาสิวหัวช้างหรือในบางรายอาจเป็นสิวหัวช้าง หรือสิวอักเสบรุนแรงถึงขั้นต้องผ่าออก อย่างไรก็ตามการทำหัตถการนั้นต้องทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญการเท่านั้น

ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

เนื่องจากสิวหัวช้างไม่มีหัว เป็นสิวประเภทที่ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาและหายเองได้ยาก ดังนั้นการสิวหัวช้างอักเสบรุนแรงรักษาสิวหัวช้างจึงควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังโดยตรงเพราะในบางรายอาจมีอาการจนต้องทานยา หรืออาจต้องผ่าออก

ปรึกษาการใช้ยารักษาสิวหัวช้างกับเภสัชกรที่แอป BeDee ได้ทุกวัน ไม่มีค่าปรึกษา

วิธีดูแลผิวเมื่อเป็นสิวหัวช้างทำอย่างไร

แจกขั้นตอนดูแลผิวง่าย ๆ เป็นสิวหัวช้างแค่ไหนก็ไม่หวั่น ดังต่อไปนี้

• รักษาความสะอาดใบหน้าหรือส่วนที่เกิดสิวให้แห้งสะอาดอยู่เสมอ ไม่ควรปล่อยให้เกิดการหมักหมมของเหงื่อและความมัน

• หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าในช่วงที่เป็นสิวมากเพราะอาจทำให้เกิดการอุดตันและทำให้สิ่งสกปรกสะสมได้

• ทายา ครีมรักษาสิว หรือรับประทานยารักษาสิวตามที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ

• ไม่ซื้อยาฮอร์โมน ยาคุมกำเนิด หรือยาสเตียรอยด์มารับประทานเอง

• พักผ่อนให้เพียงพอ การพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับผิวพรรณ ขณะที่นอนหลับร่างกายจะซ่อมแซมระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย มีการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาแทนที่เซลล์เก่าในร่างกาย ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง

• สระผมเป็นประจำและหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่มีน้ำมัน

• ทำความสะอาดหมอน ปลอกหมอน และผ้าขนหนูอย่างสม่ำเสมอ

• หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือถูใบหน้าบ่อย ๆ

• พยายามไม่แกะหรือบีบสิวหัวช้าง

สิวหัวช้างป้องกันได้อย่างไร

สิวหัวช้างมีวิธีป้องกัน ดังต่อไปนี้

• นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

• พยายามหลีกเลี่ยงความเครียด

• หลีกเลี่ยงการสวมใส่หน้ากากอนามัยเป็นเวลานาน หรือควรเปลี่ยนหน้ากากอนามัยหากมีเหงื่อออกมาก

• หลีกเลี่ยงอากาศร้อนชื้น

• หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนสกินแคร์บ่อย ๆ

• ไม่สัมผัสใบหน้าบ่อย ๆ

• รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักและผลไม้

• ผลัดเซลล์ผิวด้วย AHA เพื่อช่วยให้สิ่งอุดตัน สิ่งสกปรกตามรูขุมขนหรือสิวอุดตันผลัดออกไปจากชั้นผิวหนัง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสิวหัวช้าง

1.สิวหัวช้าง ทายาอะไร ?

ยาทาสิวหัวช้าง หรือยาแต้มสิวหัวช้างมักอยู่ในกลุ่มของเบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) ซึ่ง

เป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะแบคทีเรีย P. acnes ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการอักเสบในสิวหัวช้าง Benzoyl Peroxide มักใช้ร่วมกับคลินดามัยซินซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะทาภายนอกที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและลดการอักเสบ

2. สิวหัวช้างหายเองได้ไหม

สิวหัวช้างเป็นสิวประเภทที่หายได้ยาก ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาดังนั้นการรักษาสิวหัวช้างเองอาจใช้เวลานานและอาจทำให้เราใช้ยาไม่เหมาะสมได้ เมื่อมีสิวหัวช้างแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อการรักษาที่ได้ประสิทธิภาพ

3. สิวหัวช้างบีบได้ไหม

ไม่ควรบีบสิวหัวช้างเพราะอาจทำให้อาการอักเสบของสิวหัวช้างแย่ลงหรืออาจเกิดการติดเชื้อจากมือหรืออุปกรณ์ที่ไม่สะอาด หากจำเป็นต้องบีบหรือทำหัตถการใด ๆ เกี่ยวกับสิวควรปรึกษาแพทย์

เป็นสิวหัวช้างปรึกษาคุณหมอที่แอป BeDee ได้ทุกวัน

สิวหัวช้างเป็นสิวที่มีลักษณะใหญ่ ลึก เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเจ็บปวดเนื่องจากการติดเชื้อใต้ผิวหนัง ทำให้เกิดถุงหนองหรือซีสต์ภายใน สิวหัวช้างมีสาเหตุหลักมาจากการอุดตันของรูขุมขน น้ำมัน หรือแบคทีเรีย ซึ่งนำไปสู่การอักเสบ

ปรึกษาหมอออนไลน์ นักกำหนดอาหาร พยาบาล และปรึกษาเภสัชกรแบบไม่มีค่าใช้จ่ายบนแอป BeDee ได้ทุกวัน พร้อมสินค้าถึงมือ สอบถามเพิ่มเติม Line Official : @BeDeebyBDMS

Content powered by BeDee Expert

พญ.นันท์นภัส พันธ์นิกุล

แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป

เรียบเรียงโดย

กรวรรณ ใจซื่อกุล

DermNet. (2023b, August 22). Nodulocystic acne. DermNet®. https://dermnetnz.org/topics/nodulocystic-acne

Burgess, L. (2023, July 17). Nodular acne: Definition and treatment options. https://www.medicalnewstoday.com/articles/321815#symptoms

Hafsi, W., Arnold, D. L., & Kassardjian, M. (2023, June 1). Acne conglobata. StatPearls – NCBI Bookshelf. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK459219/