BeDee

ปากกาลดน้ำหนักช่วยลดความอ้วนได้จริงหรือไม่? มีผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง

ปากกาลดน้ำหนักใช้ในการฉีดเข้าร่างกายเพื่อช่วยในการลดน้ำหนักด้วยตัวยาที่ชื่อว่า “Liraglutide” ซึ่งเป็นสารชนิดหนึ่งช่วยควบคุมความอยากอาหารและทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น

Last updated: 6/8/2569

ปากกาลดน้ำหนักช่วยลดความอ้วนได้จริงหรือไม่? มีผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง

Key Takeaways

• ปากกาลดน้ำหนักเหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน โรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องลดน้ำหนัก หรือผู้ที่ไม่สามารถลดน้ำหนักการออกกำลังกายและคุมอาหารได้

• การใช้ปากกาลดน้ำหนักจำเป็นต้องปรึกษาและจ่ายยาโดยแพทย์เท่านั้นเพื่อความปลอดภัย

• ไม่ควรใช้ปากกาลดน้ำหนักเป็นวิธีหลักในการลดน้ำหนัก ควรออกกำลังกายและคุมอาหารควบคู่ไปด้วย

รู้จักปากกาลดน้ำหนักคืออะไร

ช่วงที่ผ่านมาหลายคนคงเห็นหรือได้ยินถึงตัวช่วยหรือนวัตกรรมในการลดน้ำหนักที่ชื่อว่า “ปากกาลดน้ำหนัก” จริง ๆ แล้วปากกาลดความอ้วนหรือที่หลายคนเรียกว่าปากกาผอมหรือปากกาจิ้มพุงนี้คืออะไร ปลอดภัยไหม และสามารถช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้จริงหรือไม่ ?

ปากกาลดน้ําหนัก คืออุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างหนึ่งที่ใช้ในการฉีดเข้าร่างกายเพื่อช่วยในการลดน้ำหนัก ปากกาลดน้ำหนักจะบรรจุยาที่ชื่อว่า “Liraglutide” คือยาชนิดหนึ่งซึ่งจะช่วยควบคุมความอยากอาหารและทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ยี่ห้อของปากกาลดน้ําหนักที่นิยมใช้ในตลาด เช่น Saxenda และ Victoza

ปัจจุบันปากกาลดน้ำหนักได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) ว่าปลอดภัย สามารถใช้ในการลดน้ำหนักสำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์หรือผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยการใช้ปากกาลดน้ำหนักควบคู่ไปกับการออกกำลังกายและการควบคุมอาหาร แต่สิ่งสำคัญ คือ การใช้ปากกาลดน้ำหนัก ควรอยู่ในการดูแล และสั่งจ่ายยาโดยแพทย์เท่านั้น เนื่องจากอาจมีผลข้างเคียงหรือความเสี่ยงต่อสุขภาพหากใช้ไม่ถูกต้อง

แบบไหนถึงเรียกว่าอ้วน วัดจากอะไร?

แล้วเมื่อไหร่ที่เราควรใช้ปากกาลดน้ำหนัก? โดยมาตรฐานทางการแพทย์แล้วเราใช้ค่าดัชนีมวลกาย หรือ Body Mass Index (BMI) เพื่อประเมินภาวะน้ำหนักเกินและภาวะอ้วนในผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป โดยมีวิธีการคำนวณคือ

ค่าดัชนีมวลกาย = น้ำหนักตัว [กิโลกรัม] ÷ ส่วนสูง [เมตร] ยกกำลังสอง

ตัวอย่างเช่น ผู้หญิง น้ำหนัก 50 กิโลกรัม ส่วนสูง 160 เซนติเมตร

ดัชนีมวลกาย (BMI) = 50 ÷ (1.60 * 1.60)

ดัชนีมวลกาย (BMI) = 50 ÷ 2.56

ดัชนีมวลกาย (BMI) = 19.5

BeDee Tips: รู้จักการลดน้ำหนักแบบ IF แต่ละรูปแบบ เหมาะกับใครบ้าง ? อ่านเลย

ปรึกษาเรื่องน้ำหนักเบื้องต้นกับ Weight Guru ที่แอป BeDee ได้ทุกวัน ไม่มีค่าใช้จ่าย!