BeDee

ตรวจระดับวิตามิน เช็กสุขภาพจากภายใน เลือกเสริมวิตามินได้ตรงจุดยิ่งขึ้น

ตรวจระดับวิตามินและแร่ธาตุในร่างกาย ช่วยให้รู้ทันภาวะขาดสารอาหาร และสามารถปรับพฤติกรรมหรือการเสริมวิตามินได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย

Last updated: 6/8/2569

ตรวจระดับวิตามิน เช็กสุขภาพจากภายใน เลือกเสริมวิตามินได้ตรงจุดยิ่งขึ้น

Disclaimer: ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลทั่วไป ไม่สามารถทดแทนการให้คำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ยาทุกครั้ง

Key Takeaways

• การตรวจระดับวิตามินและแร่ธาตุช่วยให้รู้ว่าร่างกายได้รับสารอาหารเพียงพอหรือไม่ ซึ่งมีผลต่อภูมิคุ้มกัน

• การได้รับวิตามินไม่เพียงพอ หรือมากเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ เช่น โรคกระดูกพรุน โลหิตจาง หรือโรคหัวใจ การตรวจระดับวิตามินอย่างสม่ำเสมอช่วยปรับสมดุลก่อนเกิดภาวะผิดปกติรุนแรง

• ช้อปแพ็กเกจตรวจระดับวิตามินและแร่ธาตุในร่างกาย ราคาพิเศษจาก N Health เครือ BDMS ได้ที่เว็บไซต์ Health Plaza

สารบัญบทความ

ตรวจระดับวิตามินในร่างกายคืออะไร สำคัญอย่างไร

การตรวจระดับวิตามินและแร่ธาตุในร่างกาย คือการตรวจเลือดเพื่อประเมินปริมาณวิตามินและแร่ธาตุแต่ละชนิดที่มีอยู่ในร่างกาย เช่น วิตามิน D, วิตามิน B12, วิตามิน C, วิตามิน A, วิตามิน E รวมถึงแร่ธาตุอย่างสังกะสี เป็นต้น ในบางกรณี ผู้ที่มีระดับวิตามินไม่เพียงพออาจเริ่มมีอาการผิดปกติ เช่น เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ผมร่วง ผิวแห้ง หรือภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งอาจเกิดจากการขาดวิตามินบางชนิดโดยไม่รู้ตัว ความสำคัญของการตรวจระดับวิตามินและแร่ธาตุในร่างกาย มีดังนี้

• ช่วยค้นหาภาวะขาดวิตามินที่ซ่อนอยู่หลายคนอาจมีภาวะขาดวิตามินโดยไม่แสดงอาการชัดเจน การตรวจเลือดช่วยให้ทราบและสามารถปรับพฤติกรรมการกิน หรือเสริมวิตามินได้อย่างตรงจุด

• ช่วยวางแผนโภชนาการเฉพาะบุคคล (Personalized Nutrition)ผลตรวจช่วยให้วางแผนด้านโภชนาการ ออกแบบแผนการรับประทานอาหารและการเสริมวิตามินที่เหมาะกับแต่ละคนได้

• ช่วยติดตามผลการรักษาและดูแลสุขภาพระยะยาว ในผู้ที่รับประทานอาหารเสริม หรือมีโรคประจำตัว เช่น โรคตับ โรคไต การตรวจระดับวิตามินช่วยติดตามผลและปรับขนาดการเสริมได้อย่างเหมาะสม

• ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังการมีระดับวิตามินที่สมดุล เช่น วิตามิน D และวิตามิน C ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดโอกาสติดเชื้อ และช่วยลดการอักเสบในร่างกาย

ตรวจระดับวิตามินในร่างกายควรตรวจอะไรบ้าง

ถึงแม้ว่าเราจะทานอาหารครบ 5 หมู่ แต่ร่างกายแต่ละคนอาจดูดซึมสารอาหารได้ไม่เท่ากัน การได้รับวิตามินไม่เพียงพอ หรือมากเกินไปบางชนิดสามารถส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง เช่น ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ภูมิคุ้มกันต่ำ ผิวพรรณหมองคล้ำ หรือแม้แต่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังต่าง ๆ การตรวจระดับวิตามินจึงมีความสำคัญ โดยทั่วไป แพทย์มักแนะนำให้ตรวจวิตามินที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น

วิตามินดี (25-OH Vitamin D2/D3)

เป็นวิตามินสำคัญในการดูดซึมแคลเซียม เสริมสร้างกระดูก และช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานปกติ การขาดวิตามินดีสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน ภูมิต้านทานต่ำ โรคซึมเศร้า และโรคหัวใจ

ผู้ที่ไม่ค่อยสัมผัสแดด หรืออยู่ในออฟฟิศนาน ๆ ควรตรวจ

วิตามินบี 12 (Vitamin B12)

มีบทบาทสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยให้สมองและระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพหากร่างกายขาดวิตามินบี 12 อาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ชาบริเวณปลายนิ้วมือปลายนิ้วเท้า สมองล้า หรือโลหิตจาง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่รับประทานมังสวิรัติ หรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารและลำไส้

โฟเลต (Folate / Vitamin B9)

ทำงานร่วมกันกับวิตามินบี 12 ในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงและสารพันธุกรรม (DNA) แนะนำตรวจในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ เนื่องจากการขาดโฟเลตเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะทารกพิการแต่กำเนิด

เฟอร์ริติน (Ferritin)

เป็นตัวชี้วัดระดับธาตุเหล็กสะสมในร่างกาย ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดงและการลำเลียงออกซิเจน

หากระดับเฟอร์ริตินต่ำเกินไปอาจเกิดภาวะโลหิตจาง ในทางกลับกัน หากสูงเกินไป อาจบ่งบอกถึงภาวะอักเสบหรือโรคตับ

แมกนีเซียม (Magnesium, Mg)

เป็นแร่ธาตุสำคัญในการทำงานของกล้ามเนื้อ หัวใจ และระบบประสาท หากร่างกายขาดแมกนีเซียมอาจทำให้เกิดอาการตะคริว ใจสั่น เหนื่อยง่าย และนอนไม่หลับ ผู้ที่ดื่มกาแฟหรือแอลกอฮอล์บ่อยควรตรวจ เพราะร่างกายอาจสูญเสียแมกนีเซียมได้

ซื้อแพ็กเกจตรวจระดับวิตามินและแร่ธาตุในร่างกายราคาพิเศษจาก N Health ในเครือ BDMS พร้อมส่วนลด On Top ได้ที่นี่