BeDee

ตกขาวสีเขียวเกิดจากอะไร วิธีรักษาและดูแลตัวเองเมื่อมีตกขาวสีเขียว

ตกขาวสีเขียวเกิดจากการติดเชื้อจากโรคทางเพศสัมพันธ์ เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อรา เมื่อพบอาการตกขาวสีเขียวควรรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน

Last updated: 6/8/2569

ตกขาวสีเขียวเกิดจากอะไร วิธีรักษาและดูแลตัวเองเมื่อมีตกขาวสีเขียว

Disclaimer: ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลทั่วไป ไม่สามารถทดแทนการให้คำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ยาทุกครั้ง

Key Takeaways

• ตกขาวสีเขียวเกิดจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อรา

• ตกขาวสีเขียวหากปล่อยไว้อาจอันตรายต่อมดลูก ปีกมดลูก และอันตรายต่อสตรีตั้งครรภ์

• เมื่อมีตกขาวสีเขียวไม่ควรซื้อยามาใช้เอง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างเหมาะสม

ตกขาวสีเขียวมีลักษณะอย่างไร?

ในภาวะปกติของผู้หญิงนั้นตกขาวจะมีลักษณะเป็นมูกใส ไม่มีกลิ่น ไม่คัน แต่เมื่อไหร่ที่ช่องคลอดของเรามีปัญหา เกิดการติดเชื้อเราอาจพบตกขาวสีเขียวได้ ลักษณะของตกขาวสีเขียวนั้นในบางรายอาจพบว่ามีตกขาวสีเขียวเหมือนขี้มูก มีอาการคันช่องคลอดร่วมกับตกขาวสีเขียว หรืออาจพบว่าตกขาวสีเขียวมีกลิ่นได้เช่นกัน

BeDee Tips: ตกขาวแบบไหนท้อง? คนท้องจะมีลักษณะตกขาวเป็นอย่างไร อ่านเลย

ตกขาวสีเขียวรักษายังไง ? ปรึกษาคุณหมอที่แอป BeDee ได้ทุกวัน สะดวก เป็นส่วนตัว ส่งสินค้าถึงบ้าน

ตกขาวสีเขียวเกิดจากอะไรบ้าง?

หลายคนอาจเกิดคำถามว่าแล้วตกขาวสีเขียวเกิดจากอะไร จริง ๆ แล้วตกขาวสีเขียวเกิดได้จากหลายปัจจัยด้วยกัน สาเหตุของการกเกิดตกขาวสีเขียว เช่น

• การติดเชื้อปรสิต (Trichomonas vaginalis) ซึ่งมักติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ทำให้เกิดตกขาวเป็นสีเขียวหรือสีเหลือง ตกขาวมีกลิ่น และอาจมีอาการคันหรือเจ็บในบริเวณช่องคลอด

• การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ เช่น หนองใน (Gonorrhea) หรือ หนองในเทียม (Chlamydia) ซึ่งเชื้อทั้งสองชนิดนี้สามารถทำให้เกิดตกขาวสีเขียวร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น เจ็บขณะปัสสาวะหรือมีเลือดออกระหว่างรอบเดือน

• การติดเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Vaginosis) เกิดจากความไม่สมดุลของแบคทีเรียในช่องคลอด ทำให้ตกขาวเป็นก้อนสีเขียวหรือเหลือง และมีกลิ่นเหม็นคล้ายปลาเน่า

• การติดเชื้อยีสต์ (Yeast Infection) ส่วนมากมักเป็นเชื้อ Candida โดยทั่วไปการติดเชื้อยีสต์จะทำให้ตกขาวเป็นสีขาวขุ่น ลักษณะคล้ายแป้งเปียก แต่ในบางกรณีอาจมีการเปลี่ยนสีเป็นสีเขียวได้หากมีการติดเชื้อร่วมกับแบคทีเรีย

BeDee Tips: รู้จักอาการตกขาวเป็นก้อนแป้ง เกิดจากอะไร รักษาอย่างไรดี อ่านเลย

ตกขาวสีเขียวอันตรายไหม?

ตกขาวสีเขียวอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในช่องคลอดหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หากปล่อยไว้ ไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมอาจทำให้เกิดภาวะอันตราย เช่น

• เชื้อแพร่กระจาย การติดเชื้อที่ทำให้ตกขาวเป็นสีเขียว เช่น Trichomoniasis หนองใน (Gonorrhea) หรือหนองในเทียม (Chlamydia) สามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ เช่น มดลูกและปีกมดลูก ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคอุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Disease – PID)

• อันตรายต่อสตรีที่ตั้งครรภ์ การติดเชื้อที่ทำให้เกิดตกขาวสีเขียวอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด หรือการติดเชื้อที่ส่งต่อไปยังทารก

เช็กให้ชัวร์ ตกขาวสีเขียวเป็นสัญญาณบอกโรคอะไร?

ตกขาวสีเขียวมักเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในช่องคลอดหรืออวัยวะสืบพันธุ์ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคต่าง ๆ เช่น

• โรคพยาธิในช่องคลอด (Trichomoniasis) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อปรสิต Trichomonas vaginalis เป็นสาเหตุของตกขาวสีเขียวที่พบได้บ่อย

• หนองใน (Gonorrhea) การติดเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ส่งผลให้เกิดตกขาวสีเขียวหรือเหลือง อาจมีอาการปวดขณะปัสสาวะ หรือเจ็บบริเวณอวัยวะเพศร่วมด้วย

• หนองในเทียม (Chlamydia) โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ทำให้ตกขาวเปลี่ยนเป็นสีเขียวหรือเหลือง อาการอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นร่วมกันคือปวดท้องน้อยหรือมีเลือดออกระหว่างรอบเดือน

• ช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Vaginosis) เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้ความสมดุลของแบคทีเรียในช่องคลอดเสียไป ตกขาวมักมีกลิ่นแรงและเป็นสีเขียวหรือสีเหลือง

• การติดเชื้ออื่น ๆ เช่น เชื้อราร่วมกับการติดเชื้อแบคทีเรีย

วิธีรักษาตกขาวสีเขียวทำอย่างไร?

วิธีรักษาตกขาวสีเขียวนั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุของการติดเชื้อแต่ละประเภทซึ่งจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการ โดยทั่วไปแล้วการรักษาตกขาวสีเขียวทำได้โดยการใช้ยาปฏิชีวนะซึ่งมีทั้งรูปแบบยาเม็ดรับประทานและยาสอด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเรื่องการใช้ยาอีกครั้งเพื่อความเหมาะสม

ปรึกษาเรื่องการใช้ยารักษาตกขาวสีเขียวกับเภสัชกรที่แอป BeDee ได้ทุกวัน เป็นส่วนตัว ส่งยาถึงที่

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อมีอาการตกขาวสีเขียว

เมื่อมีอาการตกขาวสีเขียวควรพบแพทย์เพื่อรักษาควบคู่กับการดูแลตัวเองดังนี้

• ทำความสะอาดช่องคลอดอย่างเหมาะสม ล้างทำความสะอาดช่องคลอดและอวัยวะเพศด้วยน้ำเปล่า ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาล้างจุดซ่อนเร้นหรือสบู่

• ดูแลรักษาร่างกายให้สะอาด อาบน้ำหลังออกกำลังกายเสร็จโดยเฉพาะผู้ที่มีเหงื่อมาก ไม่ปล่อยให้เกิดการหมักหมม ซับบริเวณจุดซ่อนเร้นและช่องคลอดให้แห้ง ไม่อับชื้น

• ทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศและช่องคลอดจากด้านหน้าไปด้านหลังด้วยน้ำเปล่าและซับให้แห้งทุกครั้ง

• ไม่ควรสวนล้างบริเวณช่องคลอด

• ไม่ควรเกาบริเวณอวัยวะเพศ

• สวมเสื้อผ้าสบาย ๆ ไม่รัดแน่น หรือหนาจนไม่สามารถระบายอากาศได้

• ซักทำความสะอาดชุดชั้นในและตากให้แห้ง ควรตากให้โดนแดด

• เมื่อมีประจำเดือนควรเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 3-4 ชั่วโมง หรือบ่อยกว่านั้นหากประจำเดือนมามาก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตกขาวสีเขียว

1. ตกขาวสีเขียว กี่วันหาย?

ระยะเวลาที่ใช้ในการรักษาตกขาวสีเขียวนั้นขึ้นอยู่กับตัวเชื้อ ความรุนแรงของอาการ และการตอบสนองต่อยาในแต่ละบุคคล โดยทั่วไปแล้วอาการมักจะดีขึ้นใน 1 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอาการเพิ่มเติม

2. ตกขาวสีเขียว ห้ามกินอะไร?

หากพบตกขาวสีเขียวควรหลีกเลี่ยงอาหารดังต่อไปนี้

• อาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น ขนมหวาน น้ำอัดลม และอาหารที่มีน้ำตาลทรายมาก เพราะน้ำตาลอาจช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรียในช่องคลอด

• อาหารดิบ เนื้อสัตว์ดิบ อาหารหมักดอง

• อาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากเครื่องดื่มเหล่านี้อาจลดประสิทธิภาพของยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาการติดเชื้อ

3. ตกขาวสีเขียวหายเองได้ไหม?

ตกขาวสีเขียวเกิดจากการติดเชื้อซึ่งไม่สามารถหายเองได้ ตกขาวสีเขียวจำเป็นต้องรักษาด้วยยา เช่น ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านเชื้อรา หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาการติดเชื้ออาจลุกลามและทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้น เช่น โรคอุ้งเชิงกรานอักเสบหรือภาวะมีบุตรยาก

ตกขาวสีเขียวปล่อยไว้อาจลุกลาม รีบปรึกษาคุณหมอ

ตกขาวสีเขียวแสดงถึงความผิดปกติของช่องคลอดซึ่งหากปล่อยไว้อาจลุกลามไปยังมดลูกหรือปีกมดลูกได้

หากมีอาการตกขาวสีเขียวมีมูกสีเขียวออกจากช่องคลอดผิดปกติ หรือมีน้ําสีเขียวไหลออกมาจากช่องคลอดไม่ต้องเขินอาย ปรึกษาคุณหมอแบบเป็นส่วนตัวที่แอป BeDee ได้ทุกวัน

ปรึกษาหมอออนไลน์ นักกำหนดอาหาร พยาบาล และปรึกษาเภสัชกรแบบไม่มีค่าใช้จ่ายบนแอป BeDee ได้ทุกวัน ส่งยาและสินค้าถึงที่ สอบถามเพิ่มเติม Line Official : @BeDeebyBDMS

Content powered by BeDee Expert

พญ.สุชญา ชมรัตนสุวรรณ

แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป

เรียบเรียงโดย

กรวรรณ ใจซื่อกุล

Website, N. (2024c, February 21). Vaginal discharge. nhs.uk. https://www.nhs.uk/conditions/vaginal-discharge/

Feminine discharge: color, consistency, amount — what’s normal & what’s not? (n.d.). https://www.houstonmethodist.org/blog/articles/2024/may/vaginal-discharge-color-consistency-amount-whats-normal-whats-not/

Vaginal Discharge. (n.d.). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/symptoms/4719-vaginal-discharge