ไข้ทับระดู อาการที่มาพร้อมประจำเดือน วิธีรักษาและดูแลตัวเอง
ไข้ทับระดูจะมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดของผู้หญิงในช่วงที่มีรอบเดือนเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายในช่วงมีประจำเดือนทำให้ร่างกายอ่อนแอลง
Last updated: 6/8/2569

Disclaimer: ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลทั่วไป ไม่สามารถทดแทนการให้คำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ยาทุกครั้ง
อาการป่วยในช่วงมีประจำเดือนของผู้หญิงนั้นมีมากมาย หลายคนเรียกได้ว่าร่างกายรวนไปเลยก็ว่าได้ในช่วงมีเมนส์ ไหนจะต้องรับมือกับอาการ PMS ปวดท้อง ปวดหัว ยังมีอาการไข้ทับระดูอีก สำหรับใครที่เคยป่วยเป็นไข้ทับระดูน่าจะเข้าใจกันดีเลยว่าในช่วงนั้นร่างกายจะอ่อนแอ อยากนอนเฉย ๆ เป็นอีกอาการที่ทรมานผู้หญิงอย่างหนึ่งเลยทีเดียว
ไข้ทับระดู คืออะไร
ไข้ทับระดู คือ อาการป่วยคล้ายไข้หวัดของผู้หญิงที่เกิดขึ้นในช่วงที่มีรอบเดือนนอกเหนือจากอาการปวดท้องประจำเดือน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายของผู้หญิงในช่วงมีประจำเดือนทำให้ร่างกายอ่อนแอลง ภูมิคุ้มกันลดลง จึงทำให้ป่วยได้ง่าย อาการไข้ทับระดูที่สังเกตได้ง่าย ๆ เช่น มีไข้ ปวดหัว อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เป็นต้น
อาการไข้ทับระดู
หลายคนอาจจะสงสัยว่าไข้ทับระดู อาการเป็นอย่างไร ? อาการที่เราเป็นอยู่ใช่อาการไข้ทับระดูหรือไม่ สามารถสังเกตอาการดังนี้
• มีไข้
• ปวดหัว เวียนหัว
• ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ปวดข้อ
• ปวดท้องน้อย
• หนาวสั่น
• ไอ เจ็บคอ
• มีน้ำมูก
• คลื่นไส้
• อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
• ท้องเสีย
สาเหตุของไข้ทับระดู
ไข้ทับระดู สาเหตุเกิดจากการเปลี่ยนของระดับฮอร์โมนในร่างกายของผู้หญิง กล่าวคือในช่วงไข่ตกระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนจะต่ำลง และโพรสตาแกลนดิน (Prostaglandin) ซึ่งทำหน้าที่คล้ายฮอร์โมนจะสูงขึ้น ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน มีไข้ ท้องเสีย คลื่นไส้ อ่อนเพลีย อ่อนแรง รู้สึกเหมือนมีไข้ อาการไข้ทับระดูทั้งหมดนี้มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนนั่นเอง
ประเภทของไข้ทับระดู
โดยทั่วไปแล้วไข้ทับระดูสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
1. ไข้ทับระดูทั่วไป
ใครที่เป็นไข้ทับระดูทั่วไปจะมีลักษณะอาการที่สังเกตได้ คือ มีไข้ อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
ปวดหัว เวียนหัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ปวดข้อ ปวดท้องน้อย หนาวสั่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก คลื่นไส้ และท้องเสีย เป็นต้น
2. ไข้ทับระดูที่มีสภาวะโรคแอบแฝง
สำหรับอาการไข้ทับระดูที่มีสภาวะโรคอื่น ๆ แอบแฝงนั้นกล่าวคือผู้ป่วยอาจเกิดอาการไข้ทับระดูทั่วไปร่วมกับอาการที่แอบแฝงมาด้วย เช่น การติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์เพศหญิง บริเวณมดลูก ท่อนำไข่ รังไข่ และเยื่อบุช่องท้องในอุ้งเชิงกราน จนทำให้เกิด “ภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ” ผู้ป่วยไข้ทับระดูที่มีสภาวะโรคแอบแฝงมักมีอาการรุนแรงกว่าไข้ทับระดูทั่วไปเพียงอย่างเดียว เช่น มีไข้สูง อ่อนเพลียมาก หนาวสั่น ปวดหัวมาก ปวดหลัง มีประจำเดือนมาก เป็นต้น ผู้ป่วยไข้ทับระดูในกลุ่มนี้ควรปรึกษาแพทย์โดยด่วนเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม
การรักษาบรรเทา และดูแลตัวเองเมื่อเป็นไข้ทับระดู
ผู้ป่วยที่มีอาการไข้ทับระดู วิธีรักษาอาการไข้ทับระดูเบื้องต้นนั้นมีดังนี้
• รับประทานยาแก้ปวด เช่น ยาพาราเซตามอล หรือยาแก้ปวดกลุ่ม Non-steroidal antiinflammatory drugs หรือ NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน (ibuprofen), ไดโคลฟีแน็ก (diclofenac) และอื่น ๆ อย่างไรก็ตามการับประทานยาในกลุ่ม NSAIDs ต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น
• ใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบบริเวณท้องน้อยหากมีอาการปวดท้องประจำเดือน
• พักผ่อนให้เพียงพอ
• ล้างทำความสะอาดช่องคลอดและอวัยวะเพศด้วยน้ำเปล่า ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาล้างจุดซ่อนเร้นหรือสบู่
• ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 3-4 ชั่วโมง หรือบ่อยกว่านั้นหากประจำเดือนมามาก
การป้องกันไข้ทับระดู
เราสามารถป้องกันอาการไข้ทับระดูเบื้องต้นได้ดังนี้
• หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่
• รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเน้นการรับประทานกากใย ผัก ผลไม้ ธัญพืช แป้งไม่ขัดสีเพื่อช่วยในการขับถ่าย นอกจากนี้ยังควรเน้นรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม ปลาตัวเล็ก ถั่วเหลือง เต้าหู้ งาดำ ผักใบเขียว เลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์และอาหารที่ให้ไขมันสูง
• พักผ่อนให้เพียงพอ ควรเข้านอนไม่เกิน 22.00 น. เพื่อให้ร่างกายซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• ออกกำลังกาย ครั้งละ 20-30 นาที สัปดาห์ละ 3-5 วัน หรืออย่างน้อย 150 นาที / สัปดาห์
• หลีกเลี่ยงความเครียด ความวิตกกังวล พยายามหากิจกรรมที่ทำแล้วผ่อนคลาย มีความสุข
• ควรพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี อาทิ ตรวจเต้านม ตรวจภายในและตรวจมะเร็งปากมดลูก การตรวจแมมโมแกรม ซึ่งการตรวจในแต่ละบุคคลอาจเป็นไปตามข้อบ่งชี้จากการพิจารณาของแพทย์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไข้ทับระดู
ไข้ทับระดูอันตรายไหม?
จริง ๆ แล้วไข้ทับระดูไม่ใช่ภาวะที่อันตราย ผู้ป่วยสามารถดูแลตัวเองอยู่ที่บ้าน รับประทานยาแก้ปวด ดื่มน้ำมาก ๆ และพักผ่อนให้เพียงพอภายใน 1-2 วันอาการก็จะดีขึ้น แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการไข้ทับระดูที่มีสภาวะโรคแอบแฝง เช่น เกิดการติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์เพศหญิง บริเวณมดลูก ท่อนำไข่ รังไข่ และเยื่อบุช่องท้องในอุ้งเชิงกราน จนทำให้เกิด “ภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ” โดยผู้ป่วยไข้ทับระดูที่มีสภาวะโรคแอบแฝงมักมีอาการรุนแรงกว่าไข้ทับระดูทั่วไปเพียงอย่างเดียว ผู้ป่วยไข้ทับระดูในกลุ่มนี้ควรปรึกษาแพทย์โดยด่วนเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม
เป็นไข้ทับระดู กินยาพาราได้ไหม?
ในกรณีที่ผู้ป่วยมีไข้สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้เบื้องต้นได้ แต่เนื่องจากอาการและร่างกายรวมถึงโรคประจำตัวของผู้ป่วยแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพิ่มเติมทุกครั้งก่อนใช้ยา
เป็นไข้ทับระดู เป็นกี่วันถึงจะหาย?
โดยปกติแล้วอาการไข้ทับระดูมักจะค่อย ๆ ดีขึ้นหลังจากประจำเดือนมาหรือ 1-2 วันหลังประจำเดือนมาวันแรก หากผู้ป่วยพบอาการผิดปกติ มีอาการรุนแรง หรือมีอาการไข้ทับระดูนานหลายวัน ควรปรึกษาแพทย์โดยด่วน
สอบถามเรื่องอื่น ๆ กับคุณหมอ
สรุปไข้ทับระดูแอบแฝง ภัยเงียบที่อาจไม่รู้ตัว
ไข้ทับระดูอาจแฝงมาด้วยโรคอื่น ๆ รีบปรึกษาหมอออนไลน์หรือปรึกษาเภสัชกร ที่แอป BeDee ได้ทุกวัน เรามีแพทย์และเภสัชกรพร้อมให้คำปรึกษา เลือกปรึกษาตามเวลาที่คุณสะดวก เป็นส่วนตัว ไม่ต้องเดินทาง สอบถามเพิ่มเติม Line Official : @BeDeebyBDMS
Content powered by BeDee Expert
ภญ.กมลวรรณ พัดศรีเรือง
เภสัชกร
เรียบเรียงโดย
กรวรรณ ใจซื่อกุล
Sreenivas, S. (2022, April 22). What is period flu? WebMD. https://www.webmd.com/women/pms/period-flu
Santos-Longhurst, A. (2019b, July 29). How To Manage the ‘Period Flu’ (Yes, It’s a Thing). Healthline. https://www.healthline.com/health/period-flu#treatment