สะเก็ดเงิน

Disclaimer: ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลทั่วไป ไม่สามารถทดแทนการให้คำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ยาทุกครั้ง

โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังอีกประเภทหนึ่งที่สร้างความรำคาญและสร้างความยากลำบากในการใช้ชีวิต บางคนที่ไม่เข้าใจก็คิดว่าสะเก็ดเงินเป็นโรคติดต่อรุนแรงซึ่งทำให้ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินรวมถึงคนในครอบครัวอาจวิตกกังวลได้ มารู้จักโรคสะเก็ดเงิน วิธีรักษาสะเก็ดเงิน และการป้องกันที่ถูกต้องเลย

สารบัญบทความ

สะเก็ดเงิน (Psoriasis) คืออะไร

โรคสะเก็ดเงิน หรือ โรคเรื้อนกวาง (Psoriasis) คือ โรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่งมีลักษณะเป็นผื่นคันหนา นูน แดง มักมีลักษณะเป็นวงกลมและมีสะเก็ด มีขุย สามารถพบได้ทั้งบริเวณลำตัว แขน ขา ข้อพับ รักแร้ ขาหนีบ บริเวณที่มีการเสียดสีบ่อย รวมถึงสะเก็ดเงินที่หัวซึ่งพบได้บ่อย เป็นต้น ผู้ป่วยสะเก็ดเงินมักมีอาการคันร่วมด้วย อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าโรคสะเก็ดเงินจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้แต่ก็ไม่ใช่โรคติดต่อแต่อย่างใด ปัญหาที่พบได้บ่อยคือสะเก็ดเงินอาจสร้างความรำคาญใจ ทำให้สูญเสียความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย

โรคสะเก็ดเงินเกิดจากอะไร

แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคสะเก็ดเงินแต่ปัจจัยพื้นฐานของการเกิดโรคสะเก็ดเงินนั้นเป็นผลจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันและความผิดปกติของพันธุกรรมซึ่งทำให้เซลล์ผิวหนังมีการเจริญเติบโตที่เร็วกว่าคนทั่วไปร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ ดังนี้

  1. โรคเครียด
  2. พักผ่อนไม่เพียงพอ นอนไม่หลับ
  3. น้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ 
  4. การดื่มเหล้า 
  5. สารเคมี 
  6. การติดเชื้อแบคทีเรียที่คอ เช่น สเตปโตคอคคัส (Streptococcus)
  7. การใช้ยารักษาบางชนิด เช่น ยารักษาอาการทางจิตเวชบางประเภท ยาลดความดันโลหิตชนิดต้านเบต้า (Beta-blockers) และยาลิเทียม เป็นต้น
  8. บริเวณที่เกิดสะเก็ดเงินมักเป็นผิวหนังบริเวณที่มีการเสียดสีบ่อย หรือเกิดจากการแกะเกา ขูด กด

ประเภทของสะเก็ดเงิน และบริเวณที่เกิด

บริเวณที่เกิดสะเก็ดเงิน

โรคสะเก็ดเงินสามารถแบ่งได้หลายประเภทดังนี้

  1. สะเก็ดเงินผื่นหนา (Plaque psoriasis) ผื่นสะเก็ดเงินประเภทนี้จะมีลักษณะเป็นผื่นหนา สีแดงหรือสีชมพู มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่น้อยกว่า 1 เซนติเมตรถึงมากกว่า 10 เซนติเมตร มีขอบชัดเจน มีขุยสีขาวหรือเงินด้านบนผื่น เป็นผื่นสะเก็ดเงินที่พบบ่อยมากที่สุด มักพบบริเวณที่เกิดการเสียดสีบ่อย เช่น ลำตัว แขน ขา ข้อศอก หัวเข่ารวมถึงสะเก็ดเงินที่หัว
  2. สะเก็ดเงินตุ่มหนอง (Pustular psoriasis) ผื่นสะเก็ดเงินประเภทนี้จะมีตุ่มหนองอักเสบ บวม แดงเป็นจำนวนมาก ผู้ป่วยมักมีอาการคัน ในบางรายหากอาการรุนแรงอาจมีไข้ร่วมด้วย
  3. สะเก็ดเงินซอกพับหรือข้อพับ (Inverse psoriasis) มีเป็นผื่นสะเก็ดเงินขึ้นเป็นหย่อม ไม่มีขุย มักพบบริเวณข้อพับแขน ขา รักแร้ ขาหนีบ แนวร่องก้น ใต้ราวนม 
  4. สะเก็ดเงินขนาดเล็ก (Guttate psoriasis) มักพบผื่นสะเก็ดเงินเป็นตุ่มแข็งเล็ก ๆ รูปทรงคล้ายหยดน้ำ ขนาดไม่เกิน 1 เซนติเมตร สามารถพบได้ทั่วทั้งร่างกาย ข้างลำตัว แขน ขา พบในผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 30 ปี ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินในกลุ่มนี้มักมีประวัติติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนบนหรือติดเชื้อสเตปโตคอคคัส (Streptococcus) มาก่อน 2-3 สัปดาห์
  5. สะเก็ดเงินผื่นแดงลอกทั้งตัว (Erythrodermic psoriasis) ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินกลุ่มนี้มักเคยมีอาการของสะเก็ดเงินผื่นหนา (Plaque psoriasis) มาก่อน สะเก็ดเงินผื่นแดงลอกทั้งตัวมีลักษณะเป็นผื่นแดง คันและปวดมาก มีขุยปรากฎขึ้นเกือบทั้งตัวของผู้ป่วย มีทั้งที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลันระยะสั้น ๆ ไปจนถึงระยะยาว ในบางรายหากอาการรุนแรงอาจมีไข้ร่วมด้วย
  6. สะเก็ดเงินที่เกี่ยวข้องกับโรคเซ็บเดิร์ม (Sebopsoriasis) คือโรคสะเก็ดเงินที่หัว คิ้ว ร่องแก้ม ใบหน้า ใบหู หรือหน้าอก ซึ่งสะเก็ดเงินประเภทนี้มีสาเหตุและเกี่ยวข้องกับโรคเซ็บเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis)
  7. สะเก็ดเงินมือเท้า (Palmoplantar psoriasis) มีผื่นผิวหนังอักเสบนูนหนาขึ้นมา อาจมีรอยแตกทำให้รู้สึกเจ็บได้ มีขุย มีขอบ มีรูปทรงเป็นหยักโค้งชัดเจน มักเกิดขึ้นบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือในบางรายอาจลามมาหลังฝ่ามือหรือหลังฝ่าเท้าได้
  8. เล็บสะเก็ดเงิน (Psoriatic nails) สามารถพบได้ในทุกรูปแบบของโรคสะเก็ดเงิน สะเก็ดเงินที่เล็บนั้นเกิดได้เล็บมือและเล็บเท้า ซึ่งเมื่อเกิดสะเก็ดเงินที่เล็บขึ้นจะทำให้เล็บมีรูปร่างผิดแปลกไป เล็บร่อน เป็นหลุม เล็บหนา หรือเล็บเปลี่ยนสีได้

อาการของสะเก็ดเงิน

อาการของสะเก็ดเงิน

อาการสะเก็ดเงินนั้นอาจแตกต่างกันความรุนแรงและระยะของโรคในแต่ละบุคคลรวมถึงบริเวณที่เกิดสะเก็ดเงิน โดยทั่วไปแล้วโรคสะเก็ดเงินมักมีอาการดังนี้

  1. มีผื่นผิวหนังอักเสบนูนหนาขึ้นมา มีขอบ มีรูปทรงเป็นหยักโค้งชัดเจน
  2. ผื่นหนาเกาะกันเป็นแผ่นแข็ง
  3. มีขุยบริเวณด้านบนผื่นหนา 
  4. ผื่นสะเก็ดเงินมีสีเข้ม อาจพบเป็นสีแดง สีชมพู สีม่วง และมีขุยด้านบนเป็นสีเงิน
  5. บริเวณผื่นสะเก็ดเงินมีอาการคัน ระคายเคือง แห้ง แตก แสบร้อน
  6. ผื่นสะเก็ดเงินมักเป็น ๆ หาย ๆ ระยะการเกิดโรคตั้งแต่ 2-3 สัปดาห์จึงทุเลาลงและกลับมาเป็นใหม่อีกครั้ง
  7. บางรายอาจมีอาการบวดระบมบริเวณผื่นสะเก็ดเงินและอาจมีไข้ร่วมด้วย

โรคสะเก็ดเงิน ติดต่อไหม?

หลายคนมักสงสัยว่าโรคสะเก็ดเงิน ติดต่อไหม โรคสะเก็ดเงิน ติดต่อทางไหน ซึ่งจากข้อมูลพบว่าสะเก็ดเงินไม่ใช่โรคติดต่อเนื่องจากสะเก็ดเงินไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส หรือเชื้อรา ผู้ป่วยสามารถอยู่ร่วมและใช้ชีวิตประจำวันกับคนรอบข้างได้อย่างไม่มีปัญหา

การตรวจและวินิจฉัยโรคสะเก็ดเงิน

ตรวจโรคสะเก็ดเงิน

การตรวจและการวินิจฉัยโรคสะเก็ดเงินโดยทั่วไปนั้นมีแนวทางดังนี้

  1. ซักถามประวัติผู้ป่วย แพทย์จะซักถามข้อมูลการเกิดผื่นหรือความผิดปกติของผิวหนัง ระยะเวลาและความรุนแรงอาการที่เกิดขึ้น รวมถึงโรคประจำตัว ประวัติบุคคลในครอบครัวว่าเคยเป็นโรคสะเก็ดเงินมาก่อนหรือไม่ สภาพแวดล้อม กิจกรรมที่ทำ อาหาร ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ เช่น สบู่ แชมพู หรือน้ำหอม เพื่อหาสาเหตุของการเกิดสะเก็ดเงิน
  2. การตรวจร่างกาย ในขั้นตอนนี้แพทย์จะตรวจดูตัวผื่นสะเก็ดเงินที่เกิดขึ้นเพื่อประเมินระยะและความรุนแรงของโรค
  3. การตรวจชิ้นเนื้อหรือการขูดผิวหนัง การตรวจในรูปแบบนี้คือแพทย์จะเก็บตัวอย่างผื่นสะเก็ดเงินเพื่อส่งตรวจในห้องปฏิบัติการซึ่งจะสามารถวินิจฉัยแยกประเภทของผื่นสะเก็ดเงินกับผื่นคันจากสาเหตุอื่น ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น


รู้จักกับ ผื่นคันแต่ละประเภทและวิธีการรักษาผื่นคันอย่างถูกวิธี

ภาวะแทรกซ้อนของโรคสะเก็ดเงิน

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจขึ้นได้จากโรคสะเก็ดเงินมีดังนี้

วิธีรักษาสะเก็ดเงิน

Disclaimer: ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลทั่วไป ไม่สามารถทดแทนการให้คำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ยาทุกครั้ง

การรักษาสะเก็ดเงินด้วยยาทาภายนอก

  1. ยาทาคอติโคสเตียรอยด์ (topical corticosteroids) เป็นยาสเตียรอยด์ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบครีม ขี้ผึ้ง สารละลาย หรือโลชัน ใช้ทารักษาได้ง่าย ทั้งนี้การใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์รักษาเป็นระยะเวลานานอาจทำให้ผิวหนังบาง ซีด ระคายเคืองได้ การใช้ยาสเตียรอยด์ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น
  2. ยาทาแอนทราลิน (anthralin, dithranol) ยาทาสะเก็ดเงินประเภทนี้จะทำงานโดยการออกฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังที่ผิดปกติ ข้อควรระวังคืออาจทำให้ผิวหนังระคายเคืองและมีสีเข้มขึ้นได้ 
  3. น้ำมันดิน (tar) พบได้ในรูปแบบของแชมพู ครีม ขี้ผึ้ง หรือโลชัน ออกฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังที่ผิดปกติ น้ำมันดินมีกลิ่นเหม็นและอาจทำให้เสื้อผ้าเลอะเปรอะเปื้อนได้ อาจไม่สะดวกต่อการใช้รักษา
  4. ยาทากลุ่ม calcineurin inhibitor เป็นยารักษาสะเก็ดเงินกลุ่มใหม่ มักใช้เป็นยาทาสะเก็ดเงินที่เกิดขึ้นบริเวณใบหน้า ข้อพับ 
  5. ยาทากลุ่มอนุพันธ์วิตามินดี (Calcipotriol) ออกฤทธิ์ช่วยการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังให้เป็นปกติ ทั้งนี้การใช้ยากลุ่มนี้ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้ชำนาญการหรือเภสัชกรเท่านั้น
  6. ครีมหรือโลชันเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว จะช่วยลดอาการระคายเคียงผิว และทำให้ผิวอ่อนนุ่ม ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนต่อผิว และแนะนำให้ทาหลังอาบน้ำทันที

การรักษาสะเก็ดเงินด้วยยารับประทานและยาฉีด

การเลือกใช้ยารับประทานหรือยาฉีดนั้น แพทย์จะพิจารณาจากพื้นที่การอักเสบของผื่นที่ผิวหนังต่อพื้นที่ผิวร่างกายทั้งหมด ในผู้ป่วยสะเก็ดเงินบางรายแพทย์อาจพิจารณารักษาสะเก็ดเงินด้วยการให้ยารับประทาน เช่น ยากลุ่มเรตินอยด์ (Retinoids) หรือยากดระบบภูมิคุ้มกัน เช่น ยาไซโคลสปอริน (Cyclosporine) 

สำหรับยาฉีดที่แพทย์อาจใช้ร่วมด้วยในการรักษาสะเก็ดเงิน เช่น ยาฉีดกลุ่มชีวโมเลกุล (Biologic agents) เพื่อช่วยกดภูมิคุ้มกันของร่างกาย

การฉายแสงอาทิตย์เทียม

รักษาสะเก็ดเงินด้วยการฉายแสงอาทิตย์เทียม

การฉายแสงอาทิตย์เทียมเป็นวิธีการรักษาโรคสะเก็ดเงินอีกรูปแบบหนึ่ง แพทย์จะใช้

รังสีอัลตราไวโอเลต ได้แก่ การให้รังสีอัลตราไวโอเลต A (UVA) ร่วมกับการรับประทานยาเซอราเลน (Psoralen) เรียกว่าการบำบัดด้วยแสงแบบพูว่า (PUVA) สำหรับอีกวิธีหนึ่งคือการให้รังสีอัลตราไวโอเลต B (UVB) ฉายไปที่ผื่นสะเก็ดเงิน การรักษาด้วยการฉายแสงอาทิตย์เทียมได้ผลดีประมาณ 70 – 80% ขึ้นไป และยังพบผลข้างเคียงได้น้อย แต่ผู้ป่วยต้องทำการรักษาต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนติดต่อกัน

การป้องกันและดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคสะเก็ดเงิน

  1. หลีกเลี่ยงสบู่หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ทำให้เกิดอาการผิวแห้ง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวและให้ความชุ่มชื้น
  2. ทาครีมหรือโลชันที่ให้ความชุ่มชื้นแต่ยังอ่อนโยนต่อผิว ไม่ใส่สีหรือน้ำหอมเพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองมากกว่าเดิม ควรทาครีมทันทีหลังอาบน้ำแล้วซับให้หมาดเพราะจะช่วยให้ครีมซึมลงผิวได้ดียิ่งขึ้น
  3. กรณีเป็นสะเก็ดเงินที่หัวควรใช้ยาสระผมที่อ่อนโยนต่อหนังศีรษะหรือเลือกใช้แชมพูเด็ก
  4. หลีกเลี่ยงการแกะ เกา บริเวณที่เกิดผื่นสะเก็ดเงินเพราะอาจทำให้ลุกลามได้
  5. ทำจิตใจให้สบาย หลีกเลี่ยงความเครียด
  6. ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาที / สัปดาห์
  7. หลีกเลี่ยงการดื่มเหล้าและสูบบุหรี่
  8. ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์

สะเก็ดเงินอาจทำให้หมดความมั่นใจ รีบปรึกษาด่วน

โรคสะเก็ดเงินแม้จะไม่ใช่โรคติดต่อแต่สร้างความรำคาญและอาจทำให้ผู้ป่วยความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน ปรึกษาหมอออนไลน์หรือปรึกษาเภสัชกร ที่แอป BeDee ได้ทุกวัน เรามีแพทย์และเภสัชกรพร้อมให้คำปรึกษา เลือกปรึกษาตามเวลาที่คุณสะดวก เป็นส่วนตัว ไม่ต้องเดินทาง พร้อมส่งสินค้าถึงมือ สอบถามเพิ่มเติม Line Official : @BeDeebyBDMS

 

 

Content powered by BeDee Expert

ภก. ธวัชชัย กิจการพัฒนาเลิศ

เภสัชกร

UpToDate. (n.d.). Www.uptodate.com. Retrieved November 21, 2023, from https://www.uptodate.com/contents/psoriasis-epidemiology-clinical-manifestations-and-diagnosis?search=psoriasis%20caurse&source=search_result&selectedTitle=2~150&usage_type=default&display_rank=2#H3

 

‌Jensen, P., & Skov, L. (2016). Psoriasis and Obesity. Dermatology232(6), 633–639. https://doi.org/10.1159/000455840

บทความที่เกี่ยวข้อง

เมื่อพูดถึงเรื่อง “สิว” แล้วนั้นปัญหา “สิวอุดตัน” เป็นหนึ่งในศัตรูตัวร้ายของกลุ่มคนเป็นสิวเลยก็ว่าได้ เนื่องจากสิวอุดตันรับมือได้ยาก มักเกิดขึ้นพร้อมกันเป็นจำนวนมากและเกิดขึ้นในบริเวณกว้าง บางครั้งขึ้นมาเป็นสิวอุดตันหัวดำหรือสิวอุดตันหัวขาวบนในหน้า ส

พูดถึงเรื่องสัญญาณที่บ่งบอกถึงวัยคงหนีไม่พ้นเรื่องของ “ริ้วรอย” เรียกได้ว่าริ้วรอยเป็นศัตรูอย่างหนึ่งของทั้งคุณผู้หญิงหรือแม้แต่ผู้ชาย อย่างไรก็ตามด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันทำให้คนเรารับมือและจัดการกับริ้วรอยได้มากขึ้น มีการพัฒนาและคิดค้นส่วนผสมที่จะช่วยล