เทคฮอร์โมน

Disclaimer: ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลทั่วไป ไม่สามารถทดแทนการให้คำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ยาทุกครั้ง

ในปัจจุบันมีผู้คนหลากหลายที่มีความสนใจในการเปลี่ยนแปลงตนเองให้ตรงกับอัตลักษณ์ทางเพศ การเทคฮอร์โมนจึงเป็นหนึ่งในวิธีที่นิยมมาก แต่มีผู้คนไม่น้อยที่ไม่ทราบการเทคฮอร์โมนอย่างถูกต้อง และอาจไปซื้อยามาเทคฮอร์โมนเองจนเกิดอันตรายต่อร่างกาย 

 

ดังนั้นก่อนจะไปเทคฮอร์โมน ทาง Bedee เราจะพาคุณไปทราบข้อมูลเกี่ยวกับการเทคฮอร์โมนอย่างละเอียด ข้อควรรู้ ข้อควรระวัง ผลข้างเคียง รวมถึงตอบคำถามเกี่ยวกับการเทคฮอร์โมนที่หลายคนสงสัยกันในบทความนี้

สารบัญบทความ

การเทคฮอร์โมน คืออะไร?

การเทคฮอร์โมน (Transgender hormone therapy) คือ หนึ่งในวิธีการเปลี่ยนสรีระร่างกายโดยใช้ฮอร์โมนเพศตรงข้าม เพื่อปรับภาพลักษณ์โดยรวมของร่างกายให้ตรงกับอัตลักษณ์ทางเพศที่ต้องการ เนื่องจากฮอร์โมนเพศมีผลต่อการแสดงออกถึงสรีระโครงสร้างร่างกาย การเทคฮอร์โมนนั้นไม่จำกัดเฉพาะการเทคฮอร์โมนชายเป็นหญิงเท่านั้น แต่ยังสามารถเทคฮอร์โมนชายในชายข้ามเพศได้เช่นกัน

การเทคฮอร์โมนสำหรับหญิงข้ามเพศ (Trans woman)

การเทคฮอร์โมนสำหรับหญิงข้ามเพศ (Feminizing hormone therapy) เป็นการเพิ่มฮอร์โมนเพศหญิงเข้าสู่ร่างกาย พร้อมกับให้ยากดฮอร์โมนเพศชายที่มีตามเพศสภาพให้ลดลง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จากการเทคฮอร์โมนในกลุ่มนี้จะทำให้สรีระร่างกายใกล้เคียงเพศหญิงมากขึ้น เช่น มีหน้าอก เสียงเล็กแหลมขึ้น หนวดเคราน้อยลง กล้ามเนื้อเล็กลง เป็นต้น

การเทคฮอร์โมนสำหรับชายข้ามเพศ (Trans man)

การเทคฮอร์โมนสำหรับชายข้ามเพศ (Masculinizing hormone therapy) เป็นการให้ฮอร์โมนเพศชายเพิ่มเข้าสู่ร่างกาย และลดการสร้างหรือหลั่งฮอร์โมนเพศหญิงที่มีตามเพศสภาพให้น้อยลง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จากการเทคฮอร์โมนของผู้ชายข้ามเพศจะทำให้สรีระมีความเป็นชายมากขึ้น เช่น ขน หนวด เคราดกและหนาขึ้น เสียงทุ้มและหนา กล้ามเนื้อแข็งแรงมากขึ้น ไขมันบางส่วนในร่างกายลดลง การตกไข่ค่อย ๆ ลดลงจนประจำเดือนค่อย ๆ ขาดหายไป เป็นต้น

 

ปรึกษาเรื่องการเทคฮอร์โมนหรือปัญหาเรื่องเพศทางเลือกอื่น ๆ กับแพทย์ที่แอป BeDee สะดวก ไม่ต้องเดินทาง เป็นส่วนตัว

การเทคฮอร์โมน มีกี่แบบ

ประเภทการเทคฮอร์โมน

การเทคฮอร์โมนเพื่อปรับสรีระให้ตรงกับความต้องการนั้นมีทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่การเทคฮอร์โมนแบบรับประทาน การเทคฮอร์โมนแบบฉีด และการเทคฮอร์โมนแบบทา ซึ่งแต่ละรูปแบบก็มีข้อเด่นและข้อจำกัดต่างกัน ดังนี้

เทคฮอร์โมนแบบรับประทาน

เทคฮอร์โมนแบบรับประทานจะอยู่ในรูปของยาเม็ด ซึ่งยาอาจประกอบไปด้วยฮอร์โมนเพศตรงข้ามที่ต้องการเพิ่มเติม และยาลดการทำงานของฮอร์โมนเพศเดิม ทำให้ลักษณะทางสรีระของเพศเดิมค่อย ๆ ลดลงไป 

โดยข้อดีของการเทคฮอร์โมนแบบรับประทานคือสามารถรับประทานได้เอง ไม่เจ็บตัว แต่ก็เป็นวิธีที่ให้ผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป และยังมีข้อจำกัดคือจะต้องรับประทานอย่างสม่ำเสมอ และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้ชำนาญการเท่านั้น เพราะการปรับเปลี่ยนฮอร์โมนในร่างกายอาจส่งผลต่อสุขภาพด้านอื่น ๆ ได้ในระยะยาว

เทคฮอร์โมนแบบฉีด

การเทคฮอร์โมนแบบฉีดจะส่งผลให้ระดับฮอร์โมนถึงระดับเป้าหมายได้เร็วกว่าการเทคฮอร์โมนแบบยาเม็ดรับประทาน เพราะตัวยาฮอร์โมนจะเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง โดยมี 2 รูปแบบคือยาฉีดระยะสั้นและยาฉีดระยะยาว ซึ่งทั้งสองรูปแบบก็ยังมีข้อแตกต่างกันดังนี้

  • ยาฉีดระยะสั้น เป็นรูปแบบยาที่ออกฤทธิ์ในช่วงเวลาสั้น ๆ โดยการออกฤทธิ์จะค่อย ๆ เพิ่มระดับฮอร์โมนสูงขึ้นในช่วงสัปดาห์แรกแล้วค่อย ๆ ลดระดับลงมาภายใน 2 สัปดาห์ ซึ่งยากลุ่มนี้จะต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อเทคฮอร์โมนบ่อย ๆ แต่ข้อดีคือราคาค่อนข้างต่ำ และสามารถปรับระดับฮอร์โมนได้ง่ายกว่า
  • ยาฉีดระยะยาว เป็นรูปแบบยาที่ออกฤทธิ์ได้ยาวนาน โดยระดับฮอร์โมนจะค่อย ๆ สูงขึ้นเรื่อย ๆ แล้วจะค่อย ๆ ลดลงช้า ๆ ในช่วงเวลาประมาณ 3 เดือน ซึ่งยากลุ่มนี้มีราคาค่อนข้างสูง ปรับระดับฮอร์โมนยากกว่า แต่เพราะตัวยาออกฤทธิ์ได้นานทำให้ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลมาเทคฮอร์โมนบ่อย ๆ แถมระดับฮอร์โมนจะค่อนข้างคงที่ ไม่สวิง

เทคฮอร์โมนแบบทาผิวหนัง

การเทคฮอร์โมนแบบทาผิวหนังเป็นรูปแบบเทคฮอร์โมนที่สะดวก ไม่ต้องเจ็บตัวจากการฉีดยา หรือต้องมารับประทานยาเม็ด แต่จะใช้วิธีการทาบนผิวหนังที่ไม่มีขนหนาปกคลุมเพื่อให้ตัวยาฮอร์โมนสามารถซึมเข้าสู่ผิวและเข้าสู่กระแสเลือดได้ดี ซึ่งส่วนใหญ่บริเวณหน้าท้อง ต้นแขน หรือต้นขาจะเป็นบริเวณที่นิยมทากัน 

 

ข้อดีสำหรับการเทคฮอร์โมนแบบทาคือสะดวก ไม่ต้องกินไม่ต้องฉีด ให้ทาบนผิวเหมือนกับทาครีมบำรุงในทุก ๆ วัน แต่ตัวยานั้นมีระยะการออกฤทธิ์ที่สั้นและมีราคาสูงเมื่อเทียบกับการเทคฮอร์โมนแบบอื่น ๆ 

 

ปรึกษาเรื่องการใช้ยาฮอร์โมนกับเภสัชกรที่แอป BeDee ไม่มีค่าใช้จ่าย สะดวก ไม่ต้องเดินทาง

คุณสมบัติของผู้ที่ต้องการเทคฮอร์โมน มีอะไรบ้าง

การเทคฮอร์โมนนั้นจำเป็นต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนอาจจะเหมาะหรือไม่เหมาะสมกับการเทคฮอร์โมนแตกต่างกันไป ผู้ที่สามารถรับฮอร์โมนเพิ่มเติมได้โดยทั่วไปควรมีคุณสมบัติดังนี้

  • ผู้ที่อายุตั้งแต่ 20 ปีบริบูรณ์เป็นต้นไป หากเป็นผู้ที่อายุ 18-20 ปี ต้องมีเอกสารเซ็นยินยอมในการเทคฮอร์โมนโดยผู้ปกครองเป็นลายลักษณ์อักษรตามข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรมเรื่องเกณฑ์การรักษาเพื่อแปลงเพศ พ.ศ.2552
  • จะต้องผ่านการประเมินจากจิตแพทย์จำนวน 2 ท่านเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า เป็นผู้ที่มีภาวะ Gender dysphoria (GD) หรือภาวะไม่พึงพอใจกับสรีระเดิมของตนเอง แต่จะต้องไม่ใช่ผู้ที่มีปัญหาทางจิตเวช
  • ผ่านการตรวจสุขภาพกายมาแล้วว่าจะไม่มีปัญหาทางสุขภาพเพิ่มในภายหลัง เช่น การตรวจวัดระดับฮอร์โมนในเลือด การตรวจมะเร็ง ไขมันในเลือด น้ำตาลในเลือด และการตรวจอื่น ๆ อีกมากมาย
  • ไม่มีประวัติแพ้ยา
  • กรณีเป็นชายข้ามเพศจะต้องไม่ตั้งครรภ์

 

ปรึกษาเรื่องการเทคฮอร์โมนหรือปัญหาเรื่องเพศทางเลือกอื่น ๆ กับแพทย์ที่แอป BeDee สะดวก ไม่ต้องเดินทาง เป็นส่วนตัว