ผิวขาว

สำหรับใครที่อยากมีผิวขาวกระจ่างใส อมชมพู ห่างไกลริ้วรอย เราสามารถดูแลผิวให้เปล่งปลั่งดูมีสุขภาพดีด้วยตนเองได้ โดยอาศัยการปรับพฤติกรรมหลาย ๆ อย่าง เรามาดูกันเลยว่าพฤติกรรมอะไรบ้างที่เป็นตัวการที่ทำให้ผิวเสีย ผิวหมองคล้ำ รวมถึงวิธีการสร้างผิวขาวใสดูมีสุขภาพดีนั้นต้องทำอย่างไร

สารบัญบทความ

สาเหตุของผิวหมองคล้ำ

10 วิธีทำให้ผิวแลดูขาวกระจ่างใส

1. พักผ่อนให้เพียงพอ

วิธีทำให้ผิวขาวเริ่มจากการพักผ่อนให้เพียงพอ

เคล็ดลับผิวขาวที่หลายคนอาจนึกไม่ถึงก็คือ การนอนหลับให้เพียงพอ การพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับร่างกายรวมถึงผิวพรรณ การนอนหลับจะช่วยซ่อมแซมระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย สร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาแทนที่เซลล์เก่าในร่างกาย ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ลดรอยคล้ำใต้ดวงตา ผิวแลดูกระจ่างใส


ทั้งนี้ต้องเป็นการนอนหลับที่ครบทั้งระยะเวลาและคุณภาพการนอนหลับด้วยแม้เราจะนอนครบ 8 ชั่วโมงแต่เข้านอนดึกมากเกินไป ย่อมไม่ดีต่อสุขภาพแน่นอน สำหรับช่วงเวลาที่ควรเข้านอนมากที่สุดคือตั้งแต่ 20.00-22.00 น.

2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

ทานอาหารที่มีประโยชน์ช่วยผิวขาว

อยากมีผิวขาวกระจ่างใส ผิวสุขภาพดี แน่นอนว่าอาหารมีผลอย่างมาก นอกจากการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่แล้ว สิ่งที่ควรเน้นเลยก็คือ ผักและผลไม้ที่มีแร่ธาตุและวิตามิน ควรรับประทานให้หลากหลาย แต่ด้วยการใช้ชีวิตประจำวันในปัจจุบันอาจทำให้การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในแต่ละวันเป็นเรื่องยาก สามารถเสริมได้ด้วยการรับประทานวิตามินและอาหารเสริมที่ได้มาตรฐาน เชื่อถือได้ ควรมีแพทย์และเภสัชกรคอยให้คำแนะนำอย่างชัดเจน

3. สครับหรือขัดผิว

สครับผิวขาว

การสครับผิวหรือการขัดผิวนั้นช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป ช่วยเผยผิวใหม่ที่ดูกระจ่างใสขึ้น ทำให้ผิวขาว เรียบเนียน และยังช่วยให้การบำรุงผิวหรือการทาครีมบำรุงผิวซึมได้ดีขึ้น สำหรับสิ่งที่จะช่วยให้การสครับผิวแล้วผิวขาวกระจ่างใส แนะนำให้ใช้ มะขามเปียก มะนาว ขมิ้นชัน อย่างใดอย่างหนึ่งผสมกับน้ำผึ้งและนมสดเพื่อใช้ขัดผิวได้หรืออาจเลือกซื้อได้จากผลิตภัณฑ์ขัดผิวสำเร็จรูปที่มีวางจำหน่ายในท้องตลาดที่น่าเชื่อถือและได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว

4. รับประทานวิตามิน อาหารเสริม

การรับประทานวิตามินและอาหารเสริม เป็นตัวเลือกที่ง่ายและสะดวก ช่วยทดแทนวิตามินที่ร่างกายขาด สำหรับวิตามินและอาหารเสริมที่ช่วยให้ผิวขาว กระจ่างใส ดูเปล่งปลั่งสุขภาพดี เช่น

  1. กลูตาไธโอน (glutathione) คือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่งที่ร่างกายมนุษย์สามารถสังเคราะห์ได้เอง กลูตาไธโอนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งช่วยปกป้องเนื้อเยื่อไม่ให้ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระที่สะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย และช่วยตับในการทำลายและขจัดสารพิษออกจากร่างกาย
  1. วิตามินซี หรือ กรดแอสคอบิค เป็นหนึ่งในวิตามินที่นิยมเป็นอย่างมากในการนำมาใช้เพื่อบำรุงร่างกาย ต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพราะวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยชะลอความแก่ และลดการเกิดริ้วรอยแห่งวัย เป็นตัวสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นเส้นใยทำหน้าที่เชื่อมเนื้อเยื่อต่างๆ ไว้ด้วยกัน ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว และช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในร่างกายได้อีกด้วย การรับประทานเพื่อช่วยเสริมภูมิต้านทานและบำรุงผิวพรรณ แนะนำที่ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน
  1. Grape seed หรือเมล็ดองุ่น มีประสิทธิภาพมากในการต้านอนุมูลอิสระ โดยในสารสกัดจากเมล็ดองุ่นมีสารสำคัญที่ชื่อว่า Oligomeric Proanthocyanidins (OPCs) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังพร้อมคุณสมบัติในการรักษาและต้านการอักเสบ สามารถลดฝ้า ป้องกันการเสื่อมสลายของคอลลาเจนและช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง จึงทำให้เซลล์ผิวหนังแข็งแรงไม่เหี่ยวย่น หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นดี ไม่เปราะหรือแตกง่าย และยังลดการทำงานของเอนไซม์ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย
  1. Astaxanthin จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงตัวหนึ่ง มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระทื่มากกว่าวิตามินซีถึง 6,000 เท่า สามารถปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ผิวจากการสัมผัสรังสียูวี ปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ มีงานวิจัยพบว่าการรับประทานแอสตาแซนธินและใช้แอสตาแซนธินในรูปแบบของการทาทุกวันช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว ลดริ้วรอย และช่วยปกป้องคอลลาเจนของผิวได้
  1. Cranberry ถือเป็น Superfood อย่างหนึ่งที่ให้สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของเรา แครนเบอร์รี่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสามารถป้องกันหรือชะลอความเสียหายต่อเซลล์ที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดูอ่อนกว่าวัย เสริมสร้างความยืดหยุ่นให้ผิวหนังและยังช่วยลดเลือนรอยด่างดำบนใบหน้าได้อีกด้วย

5. ใช้โลชั่นเป็นประจำ

ทาโลชั่นช่วยผิวขาว

การทาโลชั่นเป็นประจำเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสร้างผิวขาวใส ควรเลือกโลชั่นที่มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวกระจ่างใส และผลัดเซลล์ผิว สารสำคัญที่ควรมีในโลชั่น เช่น ส่วนผสมจากวิตามินซี ส้ม เลม่อน Niacinamide กรด AHA หรือ Alpha-arbutin เป็นต้น ข้อควรระวังก็คือเมื่อใช้สารในกลุ่ม Brightening แล้วควรใช้ครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB SPF 30 ขึ้นไป ควบคู่ไปด้วยจึงจะเห็นผลลัพธ์ได้ดีที่สุด

6. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

ผิวขาวใสด้วยการดื่มน้ำ

การดื่มน้ำให้เพียงพอหรือวันละประมาณ 2 ลิตรจะช่วยให้ร่างกายอยู่ในภาวะสมดุลทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ช่วยให้ร่างกายกำจัดของเสียได้ดี และที่สำคัญคือทำให้ผิวขาวใส ดูมีสุขภาพดี ที่สำคัญคือควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหวาน ชา กาแฟ น้ำอัดลม เนื่องจากอาจทำให้มีปริมาณน้ำตาลในเลือดสูง เน้นการดื่มน้ำเปล่าเป็นหลักดีที่สุด

7. ใช้ครีมกันแดดบ่อย ๆ

การใช้ครีมกันแดดเป็นสิ่งจำเป็นมากหากคุณอยากมีผิวขาว กระจ่างใส เนื่องจากรังสี UV ในแสงแดดเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวหมองคล้ำ เกิดจุดด่างดำ ฝ้า กระ ริ้วรอย ดูแก่ก่อนวัยหรือทำให้ผิวไหม้ ครีมกันแดดจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ สำหรับวิธีการเลือกครีมกันแดดนั้น ควรเลือกครีมกันแดด ที่มีประสิทธิภาพป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB มีค่า Sun protection factor (SPF) มากกว่า 30 ขึ้นไป ซึ่งหมายความถึง ครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีได้มากถึง 30 เท่าขึ้นไป

 

อีกทั้งควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า Protection grade of UVA (PA) ที่เหมาะสมขึ้นกับสถานที่และกิจกรรมที่ทำในชีวิตประจำวัน โดยค่า PA สูงสุดคือ 4 ระดับ ซึ่ง PA++++ คือมีค่าประสิทธิภาพการป้องกันรังสียูวีเอสูงที่สุด นอกจากนี้ยังควรเลือกครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพในการกันน้ำและกันเหงื่อด้วย เพื่อให้อยู่กับผิวหนังได้นานยิ่งขึ้น

 

BeDee Tips: อย่าลืมทาครีมกันแดดซ้ำระหว่างวันและใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น ร่ม หมวก หรือเสื้อผ้ากัน UV ร่วมด้วย จะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้ดียิ่งขึ้น

8. ออกกำลังกาย

ออกกำลังกายฟื้นฟูผิวขาวสุขภาพดี

ลองสังเกตว่าเวลาเราออกกำลังกายผิวหน้าของเราจะดูดีเปล่งปลั่งขึ้น เคล็ดลับผิวขาวใส ดูสุขภาพดีก็คือการออกกำลังกาย เนื่องจากการออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น ส่งผลให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้ดี ผิวพรรณก็เปล่งปลั่งสดใส นอกจากนี้เมื่อเราออกกำลังกาย ร่างกายจะขับของเสียออกมาพร้อมกับเหงื่อ เมื่อร่างกายขับของเสียออกมาแล้ว ผิวพรรณก็สดใสตามมาเช่นกัน

9. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่รวมถึงสารเสพติดต่าง ๆ

งดแอลกอฮอล์ งดบุหรี่ เพื่อผิวขาวสุขภาพดี

แอลกอฮอล์ และสารเสพติดต่างๆ นอกจากจะทำลายสุขภาพแล้วแน่นอนเลยว่ายังทำให้ผิวของเราดูโทรม มีริ้วรอย ไม่สดใส ผิวหยาบและแห้งกร้าน ส่วนการสูบบุหรี่นั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งในการเกิดริ้วรอย มีการศึกษาพบว่านิโคตินในบุหรี่เป็นตัวทำลายความชุ่มชื้นในผิวและทำลายคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้กระบวนการทำงานในการซ่อมแซมผิวผิดปกติ การไหลเวียนเลือดไปยังบริเวณที่เป็นแผลไม่ดี ซึ่งมีผลทำให้แผลหายช้าและอาจนำไปสู่แผลติดเชื้อตามมา นอกจากนี้ ยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคผิวหนังอื่น ๆ เช่น สะเก็ดเงิน สิว ผมร่วง ตามมาได้

10. Drip Vitamin

ntravenous Vitamin Therapy (IV Drip) หรือที่เราเรียกว่าการ “ดริปวิตามิน” คือการให้วิตามินหรือสารน้ำเข้าสู่ร่างกายผ่านทางหลอดเลือดดำ การดริปวิตามินจะแตกต่างจากการรับประทานวิตามินเนื่องจากไม่ต้องผ่านการดูดซึมหรือการย่อย วิตามินสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทันทีทำให้ร่างกายได้รับวิตามินสูงสุด

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำให้ผิวขาว

กลูต้าไธโอน ทำให้ผิวขาวได้จริงหรือไม่? 

จากข้อมูลการศึกษาพบว่ากลูต้าไธโอน มีผลทำให้ผิวแลดูสว่างขึ้น (Skin lightening) เนื่องจากกลูต้าไธโอน มีผลในการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ซึ่งเป็นเอนไซม์สำคัญในกระบวนการสังเคราะห์เม็ดสีเมลานินในชั้นผิวหนัง อย่างไรก็ตาม ผลของผิวที่แลดูสว่างขึ้นเป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นชั่วคราวเท่านั้น หากหยุดใช้ก็สามารถทำให้ผิวกลับมาผลิตเม็ดสีตามปกติ อีกทั้งการรับประทานกลูต้าไธโอนค่อนข้างได้ผลน้อย เนื่องจากกลูต้าไธโอนสามารถถูกทำลายได้ในทางเดินอาหาร 

 

สำหรับการให้กลูต้าไธโอนในรูปแบบการฉีด ถึงแม้จะได้ปริมาณกลูต้าไธโอนในกระแสเลือดสูงกว่าการรับประทาน แต่ยังไม่มีผลการศึกษารับรองที่น่าเชื่อถือและชัดเจน จึงยังไม่มีการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กลูต้าไธโอนรูปแบบฉีดใด ๆ ที่ผ่านการรับรองขององค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา และยังเสี่ยงต่อการเกิดอาการข้างเคียงที่รุนแรงมาก เช่น อาการผื่นแพ้รุนแรง อาการปวดท้องรุนแรง ผลต่อการทำงานของไต มีผลต่อการลดการสร้างเม็ดสีที่ตาซึ่งมีผลต่อการมองเห็นได้ ดังนั้นกลูต้าไธโอนจึงทำให้ผิวแลดูขาวขึ้นได้ชั่วคราว แต่ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดที่ทำให้ผิวขาวถาวร

สรุปเรื่องผิวขาว

หากอยากมีผิวขาวกระจ่างใสแลดูสุขภาพดี เราควรทำความเข้าใจสาเหตุที่อาจทำให้ผิวหมองคล้ำ รวมถึงวิธีการสร้างปัจจัยต่าง ๆ ที่ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสจากทั้งภายในและภายนอกที่ถูกต้อง ปลอดภัย ผ่านการแนะนำจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ 

 

BeDee มีทีมแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญและเภสัชกร พร้อมให้คำปรึกษา สะดวก ไม่ต้องเดินทาง สอบถามเพิ่มเติม Line Official : @BeDeebyBDMS

Content powered by BeDee’s experts

ภญ.สิริยาภรณ์ รักษาเชื้อ

เภสัชกร

บทความที่เกี่ยวข้อง

พูดถึงเรื่องสัญญาณที่บ่งบอกถึงวัยคงหนีไม่พ้นเรื่องของ “ริ้วรอย” เรียกได้ว่าริ้วรอยเป็นศัตรูอย่างหนึ่งของทั้งคุณผู้หญิงหรือแม้แต่ผู้ชาย อย่างไรก็ตามด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันทำให้คนเรารับมือและจัดการกับริ้วรอยได้มากขึ้น มีการพัฒนาและคิดค้นส่วนผสมที่จะช่วยล

ปัญหาผิวเรื่องใหญ่ของหลายคนไม่ว่าจะเพศอะไรคงหนีไม่พ้นเรื่องของ “สิว” ปัญหาเรื้อรังที่จัดการได้ยาก ทำลายความมั่นใจ พอหายแล้วก็ยังทิ้งรอยสิวและหลุมสิวไว้อีกนาน หลายคนอยากมีผิวขาว ดูมีสุขภาพดี จึงหมั่นรับประทานวิตามินซี และวิตามินบำรุงผิวอื่น ๆ แต่ไม่ว่