Midlife Crisis รับมืออย่างไร กับปัญหาวิกฤตวัยกลางคน
Key Takeaways
- Midlife Crisis มักเกิดในช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป
- อาการที่พบ เช่น แยกตัวออกจากสังคม ตั้งคำถามกับเป้าหมายของตัวเอง ไม่อยากพูดคุยกับใคร เปรียบเทียบความสำเร็จหรือความล้มเหลวของตนเองกับผู้อื่น
- Midlife Crisis สามารถดีขึ้นได้ด้วยการปรับตัว ปรับความคิด และรับการบำบัดด้านจิตใจ ยิ่งปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเร็วก็จะยิ่งช่วยบรรเทาความรู้สึกได้ดีขึ้น
สารบัญบทความ
รู้จัก Midlife Crisis คืออะไร
Midlife Crisis คือวิกฤตวัยกลางคนที่มักเกิดขึ้นกับผู้ที่อยู่ในช่วงอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป หลายคนคิดว่าเป็นอาการของ โรคซึมเศร้า ซึ่งจริง ๆ แล้ว Midlife Crisis เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านร่างกาย เช่น สภาพความเสื่อมของร่างกาย การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน รวมถึงความเครียดหรือ โรคเครียด จากเรื่องของหน้าที่การงาน ความสำเร็จในชีวิต ภาระในครอบครัว เป้าหมายในชีวิต การสูญเสียบุคคลในครอบครัว เป็นต้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อาจทำให้คนในวัย 40 ปีขึ้นไปเกิดคำถามและความกังวลในชีวิตจนเกิดเป็น Midlife Crisis ได้
BeDee Tips: รู้สึกเครียดทำไงดี ? ดูเคล็ดลับ วิธีจัดการความเครียด เพิ่มเติมเลย
มีปัญหาชีวิตหรือ Midlife Crisis ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาที่แอป BeDee เป็นส่วนตัว เลือกปรึกษาตามเวลาที่คุณสะดวก
Midlife Crisis มีอาการหรือสัญญาณบอกอย่างไร
เช็กลิสต์ อาการหรือสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังเผชิญกับ Midlife Crisis
- ตั้งคำถามกับชีวิต ผู้ที่มีภาวะ Midlife Crisis มักตั้งคำถามว่าพวกเขาบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือยัง หรือบางครั้งอาจรู้สึกว่าชีวิตขาดความหมาย
- เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิต กลุ่มวัยกลางคนมักเกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน เช่น การงาน ครอบครัว หรือความสัมพันธ์
- เริ่มตระหนัก มีความกังวลถึงอายุที่เพิ่มมากขึ้น วิกฤตวัยกลางคนอีกอย่างหนึ่งคือการเริ่มตระหนักถึงการแก่ตัวลงและการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ บางคนอาจสงสัยว่านี่เรากำลังเป็น โรควิตกกังวล หรือเปล่า
- มองหาความหมายในชีวิต มีความพยายามในการค้นหาความหมายหรือเป้าหมายใหม่ในชีวิต
อาการอื่น ๆ ที่อาจพบร่วมด้วย เช่น
- พฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น แยกตัวออกจากสังคม ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมากขึ้น
- ความสัมพันธ์กับผู้อื่นเกิดความเปลี่ยนแปลง
- ไม่อยากพูดคุยกับใคร
- คิดวกวนถึงเหตุการณ์ในอดีต เช่น คิดถึงวัยเด็ก คิดถึงคนรักเก่า คิดถึงช่วงชีวิตที่ไม่ต้องมีความรับผิดชอบมาก
- เปรียบเทียบความสำเร็จหรือความล้มเหลวของตนเองกับผู้อื่น
- อารมณ์เปลี่ยนแปลง เช่น โกรธ หงุดหงิด รู้สึกเบื่อ ว่างเปล่า อาลัยอาวร เศร้า ไร้เป้าหมาย
- มีอาการหมดไฟ หรือ Burn out
- หมกมุ่นเรื่องศาสนา ลัทธิ หรือความเชื่อต่าง ๆ มากขึ้น
- มีปัญหานอนไม่หลับ
- น้ำหนักเพิ่มขึ้นหรือลดลง
- ครุ่นคิด ตรึกตรองถึงความผิดพลาดในอดีต
Midlife Crisis สาเหตุเกิดจากอะไร
Midlife Crisis วิกฤตวัยกลางคนเป็นภาวะที่ทำให้กลุ่มคนช่วงอายุระหว่าง 40-60 ปีรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และพฤติกรรมในช่วงวัยกลางคน โดยมักมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น
การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย
เช่น ความเสื่อมของสุขภาพ การสูญเสียความแข็งแรงทางด้านร่างกาย โรคประจำตัวหรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และความกังวลต่อรูปลักษณ์ของตนเอง
ความสำเร็จและเป้าหมายในชีวิต
สังคมมักมีความคาดหวังถึงการประสบความสำเร็จในช่วงวัยกลางคน การเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน ต้องมีบ้าน มีรถ มีธุรกิจเป็นของตัวเอง สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เราตั้งคำถามหรือเกิดการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นว่าเราประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง หรือเป้าหมายในชีวิตเราจริง ๆ แล้วคืออะไร
การเปลี่ยนแปลงในหน้าที่การงาน
การเปลี่ยนแปลงในอาชีพ การเกษียณอายุ หรือการลดบทบาทในหน้าที่การงาน อาจทำให้รู้สึกสูญเสียคุณค่าและความสำเร็จที่เคยมีในตอนหนุ่มสาว
ครอบครัว
การอยู่เป็นโสด หรือการที่ต้องเห็นเพื่อน ๆ หรือคนรอบตัวทยอยแต่งงานกันไป การที่ลูก ๆ เติบโตและย้ายออกจากบ้าน (Empty Nest Syndrome) การต้องดูแลพ่อแม่ที่แก่ตัว หรือการสูญเสียคนใกล้ชิด อาจสร้างความรู้สึกเหงาและความวิตกกังวล
ปัญหาการเงิน
ปัญหาการเงินเรียกได้ว่าน่าจะเป็นปัญหาใหญ่ของผู้เผชิญ Midlife Crisis หลายคน เช่น การเป็นหัวหน้าครอบครัว การมีลูก หรือการเกษียณ จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากขึ้นกว่าในอดีต ทำให้เกิดความเครียดและความกดดันอย่างมาก
มีปัญหาชีวิตหรือ Midlife Crisis ปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาที่แอป BeDee เป็นส่วนตัว เลือกปรึกษาตามเวลาที่คุณสะดวก
ระดับของ Midlife crisis
Midlife crisis สามารถแบ่งระดับความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้นออกได้เป็น 3 ระดับ ดังนี้
- ระดับเล็กน้อย
เราอาจรู้สึกไม่พอใจกับชีวิตหรือการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง แต่ยังคงสามารถรับมือและดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ความรู้สึกเหล่านี้อาจเป็นเพียงชั่วคราวและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบที่รุนแรงต่อการดำเนินชีวิต
- ระดับปานกลาง
มีความรู้สึกถึงความไม่พอใจหรือความวิตกกังวลที่มากขึ้น เริ่มมีการทบทวนชีวิตและตั้งคำถามเกี่ยวกับความสำเร็จและเป้าหมายของตน อาจเริ่มแสดงพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลง เช่น การหางานใหม่ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิต หรือการหาความสนใจใหม่ ๆ
- ระดับรุนแรง
อาจเกิดการเผชิญกับความวิตกกังวลและความรู้สึกไม่พอใจอย่างหนัก ความรู้สึกเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ส่วนตัว การทำงาน และการดำเนินชีวิตประจำวัน อาจมีพฤติกรรมที่เสี่ยง เช่น การใช้สารเสพติด การมีความสัมพันธ์นอกสมรส หรือการตัดสินใจที่ไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ในระยะยาว
ไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังเครียดอยู่หรือไม่ ทำ แบบประเมินความเครียด เบื้องต้นกับพยาบาลที่แอป BeDee ไม่มีค่าใช้จ่าย