ยานอนหลับ

Disclaimer: ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลทั่วไป ไม่สามารถทดแทนการให้คำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ยาทุกครั้ง

Key Takeaways

  • ยานอนหลับ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการนอนหลับในผู้ที่มีปัญหาการนอน เช่น นอนไม่หลับ นอนหลับไม่สนิท หรือตื่นกลางดึก 
  • การใช้ยานอนหลับเป็นระยะเวลานานเกินไปอาจทำให้เกิดการพึ่งพิงต่อยา เมื่อไม่ทานยาผู้ป่วยจะรู้สึกหงุดหงิด ไม่สามารถนอนหลับได้โดยไม่ทานยา
  • ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง การใช้ยาจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา
สารบัญบทความ

ยานอนหลับมีกี่ประเภท ควรทานแบบไหนดี?

ยานอนหลับ คือ ยาที่ออกฤทธิ์ช่วยให้นอนหลับ ใช้รักษาอาการนอนไม่หลับ นอนหลับไม่สนิท หรือนอนหลับแล้วตื่นมากลางดึกไม่สามารถหลับต่อได้ หรือในกลุ่มผู้ป่วย โรคแพนิค และ ไบโพลาร์ ที่มีปัญหาในการนอนหลับ ซึ่งตัวยาจะช่วยให้ผู้ป่วยนอนหลับได้ง่ายขึ้นและยังรู้สึกสงบมากขึ้นอีกด้วย ตัวยาแบ่งออกเป็นกลุ่มได้ตามโครงสร้างทางเคมี ดังนี้ 

ยานอนหลับกลุ่มเบนโซไดอะซีปีน Benzodiazepines (BZD)

Benzodiazepines คือยาช่วยนอนหลับ ออกฤทธิ์โดยการจับกับตัวรับ GABA ในสมอง ช่วยเพิ่มระดับของสารสื่อประสาท GABA ตัวยาจะช่วยกระตุ้นให้สมองรู้สึกง่วงนอน ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น ทั้งยังช่วยคลายกล้ามเนื้อ คลายกังวล 

ยานอนหลับกลุ่มที่ไม่ใช่เบนโซไดอะซิปีน Nonbenzodiazepines (Non-BZD) 

ยาแก้นอนไม่หลับในกลุ่มนี้ออกฤทธิ์โดยการจับกับตัวรับ GABA ในสมอง ช่วยเพิ่มระดับของสารสื่อประสาท GABA กระตุ้นให้สมองรู้สึกง่วงนอน ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้นเช่นเดียวกับยากลุ่มเบนโซไดอะซีปีน แต่โครงสร้างไม่เหมือนกับยากลุ่มแรก ใครที่สงสัยว่ายานอนหลับออกฤทธิ์กี่นาที หรือยานอนหลับมีฤทธิ์กี่ชั่วโมง ตัวยากลุ่มนี้จะออกฤทธิ์เร็วภายใน 30 นาที และออกฤทธิ์ได้นานถึง 8 ชั่วโมง

ยานอนหลับกลุ่ม Antidepressants

เป็นกลุ่มยาออกฤทธิ์อย่างอ่อนในการลดอาการซึมเศร้าโดยยับยั้งการดูดซึมของสารสื่อประสาท Serotonin กลับเข้าสู่เซลล์ประสาทและมีฤทธิ์เป็น Norepinephrine (NE) antagonist ยามีฤทธิ์ง่วงนอน จึงเหมาะสำหรับใช้ในผู้ป่วยซึมเศร้า ซึมเศร้าเรื้อรัง หรือผู้ที่รับยาโรคซึมเศร้าที่มีอาการนอนไม่หลับร่วมด้วย นอกจากนี้ยาต้านซึมเศร้ากลุ่ม Tricyclic Antidepressant (TCAs) ยังช่วยรักษาอาการนอนไม่หลับ ช่วยคลายเครียด และคลายวิตกกังวลในผู้ที่มีปัญหา โรควิตกกังวลได้เช่นเดียวกัน

ยานอนหลับกลุ่ม Melatonin

เมลาโทนินถูกสังเคราะห์จากต่อมไพเนียล (Pineal Gland) ฮอร์โมนชนิดนี้มีบทบาทสําคัญในการควบคุมสรีรวิทยาของการนอนหลับและวงจรการหลับ-ตื่น (Sleep-Wake Cycle) โดยจะมีการหลั่งออกมามากในตอนกลางคืนและมีระดับต่ํา ในช่วงกลางวัน (Circadian Rhythm) เมลาโทนิน เป็นฮอร์โมนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ในช่วงวัยเด็กเป็นวัยที่มีการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินมากที่สุดและจะลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น ทําให้ผู้สูงอายุประสบปัญหานอนไม่หลับได้มาก อ่านเพิ่มเติมเรื่อง วิธีแก้นอนไม่หลับ ผู้สูงอายุ

ใครที่ไม่ควรใช้ยานอนหลับ? โรคที่ต้องระวังในการทานยา

ใครที่ไม่ควรใช้ยานอนหลับ

หลายคนมักเกิดคำถามว่ายานอนหลับอันตรายไหม โดยปกติแล้วการรักษาอาการนอนไม่หลับควรเริ่มด้วยการปรับความคิดและพฤติกรรมก่อน เรียนรู้ที่จะมีวิธีจัดการความเครียดที่ดี หากมีความจำเป็นต้องใช้ยา มีความเครียดเรื่องงาน หรือปัญหาทางสุขภาพใจอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการนอนหลับ ควรปรึกษาแพทย์ ยานอนหลับควรใช้อย่างระมัดระวังในผู้ที่มีภาวะดังต่อไปนี้ 

  1. ผู้ป่วยโรคตับ (Hepatic Disease) โรคไต (Renal Impairment) หรือโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ 
  2. ผู้ป่วยสูงอายุที่มีการทำงานของตับ หรือไตบกพร่อง ควรเลือกใช้ยาที่มีค่าครึ่งชีวิตสั้น

ยานอนหลับมีผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง? 

ผลข้างเคียงของยานอนหลับนั้นมีหลายประการที่ต้องระวัง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนทาน อาการข้างเคียงที่ควรทราบมีดังนี้

ผลข้างเคียงระยะสั้น

  1. ง่วงซึม 
  2. ปวดศีรษะ
  3. คลื่นไส้ 
  4. สับสน มึนงง
  5. ท้องเสีย หรือท้องผูก 
  6. อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินเซ เนื่องมาจากฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อของยา จึงควรระมัดระวังการใช้ยากลุ่มนี้ในผู้สูงอายุ

ผลข้างเคียงระยะยาว

โดยปกติแล้วหากผู้ป่วยใช้ยาช่วยนอนหลับติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดภาวะพึ่งพิงยา (Dependence) และการดื้อยา (Tolerance) ได้ 

  • ภาวะพึ่งพิงยา (Dependence) ร่างกายจะสามารถทำงานได้ตามปกติถ้าผู้ป่วยยังใช้ยาอยู่ แต่หากหยุดยาผู้ป่วยจะเริ่มรู้สึกว่ามีอาการของโรคอยู่ เช่น นอนไม่หลับ หงุดหงิด 
  • การดื้อยา (Tolerance to Sedation) หากผู้ป่วยใช้ยาเป็นเวลานานจะเริ่มรู้สึกว่ายาขนาดเท่าเดิมไม่สามารถช่วยให้หลับได้ จึงมักจะเพิ่มขนาดยาเอง ส่งผลต่อความจำ เสี่ยงต่อการเกิดอาการสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ได้ 

 

นอนไม่หลับ ง่วงนอนตลอดเวลา หรือมีปัญหาการนอน 

ปรึกษาจิตแพทย์ ที่แอป BeDee ได้ทุกวัน สะดวก เป็นส่วนตัว ส่งยาถึงที่

วิธีทานยานอนหลับให้ปลอดภัย ควรทำอย่างไร?

ยานอนหลับเป็นยาอันตรายชนิดหนึ่ง การทานยาในกลุ่มนี้จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด กรณีที่จำเป็นต้องทานยานอนหลับควรปฏิบัติดังนี้

  1. ใช้ยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร 
  2. ไม่ควรหยุดยาเอง เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดอาการชักได้ (สำหรับการยากลุ่ม Benzodiazepine) เมื่ออาการดีขึ้นแพทย์จะค่อย ๆ ลดขนาดยาลงจนผู้ป่วยสามารถหยุดยาได้ในที่สุด
  3. หลีกเลี่ยงการทำงานกับเครื่องจักรกล การขับรถ หรืองานที่ต้องใช้สมาธิสูงในช่วงที่ทานยา
  4. ไม่ควรใช้ยานอนหลับร่วมกับแอลกอฮอล์และยาที่มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง เนื่องจากตัวยาจะเสริมฤทธิ์กดประสาทส่วนกลางซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดอันตรายหรือเสียชีวิตได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยานอนหลับ

ผลกระทบยานอนหลับ

1. หากต้องการใช้ยานอนหลับ สามารถหาซื้อมาใช้เองได้หรือไม่?

ไม่แนะนำให้ผู้ป่วยซื้อยานอนหลับจากร้านยาทั่วไปมาทานเอง เนื่องจากผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการซักประวัติสุขภาพโดยแพทย์ ซึ่งแพทย์จำเป็นต้องสอบถามโรคประจำตัว อาการนอนไม่หลับที่ผู้ป่วยพบ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับยาที่เหมาะสมและปลอดภัยกับสภาพร่างกาย ดังนั้นแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยานอนหลับทุกครั้ง

2. ข้อควรรู้ก่อนใช้ยานอนหลับมีอะไรบ้าง?

การทานยานอนหลับไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาระยะยาว การใช้ยาต่อเนื่องนาน ๆ อาจทำให้ร่างกายชิน ต้องเพิ่มขนาดเพื่อให้ได้ผล และอาจเกิดการพึ่งพิงยา (Dependence) หากหยุดยาผู้ป่วยจะเริ่มรู้สึกว่ามีอาการของโรค เช่น นอนไม่หลับ หงุดหงิด 

 

กรณีนอนไม่หลับเรื้อรังควรหาสาเหตุ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล หรือโรคประจำตัว นอกจากนี้ยังควรใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์ ไม่ควรซื้อยามากินเอง การใช้ยาผิดขนาด อาจเสี่ยงต่อการเสพติดหรือกดการหายใจ

ยานอนหลับควรใช้อย่างระมัดระวังภายใต้การดูแลจากแพทย์

ยานอนหลับเป็นเพียงตัวช่วยระยะสั้นเท่านั้น การแก้ไขปัญหานอนไม่หลับที่ดีคือการรักษาสุขนิสัยในการนอน ฝึกการนอนหลับอย่างธรรมชาติ หากอาการนอนไม่หลับเกิดจากปัญหาทางใจ มีความเครียด กังวลใจ หรือซึมเศร้าควรปรึกษาจิตแพทย์เพื่อหาทางจัดการอย่างเหมาะสม

 

BeDee พบหมอเฉพาะทางเครือ BDMS ได้ทันที ไม่ต้องรอ ส่งยาทั่วไทย มั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูล พื้นที่ปลอดภัย สู่สุขภาพใจที่ดีกว่า โดยบุคลากรมืออาชีพ

 

สอบถามเพิ่มเติม Line Official : @BeDeebyBDMS

 

Content powered by BeDee Expert

ภญ.วุฒิรัต ธรรมวุฒิ

เภสัชกร

 

เรียบเรียงโดย 

กรวรรณ ใจซื่อกุล

References

 

Mayo Clinic. (2024, February 28). Sleeping pills: What you should know. Mayo Foundation for Medical Education and Research.https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/insomnia/in-depth/sleeping-pills/art-20043959

Bruce, D. F., & Durning, M. V. (2024, June 19). Understanding the Side Effects of Sleeping Pills. WebMD. https://www.webmd.com/sleep-disorders/understanding-the-side-effects-of-sleeping-pills

Noyed, D. (2025, July 15). Side effects of sleep medication: Are they bad for you?. Sleep Foundation. https://www.sleepfoundation.org/sleep-aids/side-effects-of-sleeping-pills

บทความที่เกี่ยวข้อง

Disclaimer: ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลทั่วไป ไม่สามารถทดแทนการให้คำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ยาทุกครั้ง ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติเป็นสภาวะที่เกิดจากการมีความไม่สมดุลกันของไขมันชนิดต่าง ๆ ภายในกระแสเลื

การใช้ยาโรคหัวใจเป็นวิธีหนึ่งในการรักษาโรคหัวใจ แต่โรคหัวใจมีหลายชนิด การใช้ยาก็อาจแตกต่างกันตามอาการที่เกิดขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ยาโรคหัวใจได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ความรู้เกี่ยวกับยาโรคหัวใจจึงมีความสำคัญ ในบทความนี้ทาง BeDee เราขอแนะนำยาโรค